CYPAS ฟังเสียงเยาวชนกลุ่มเปราะบาง มีส่วนร่วมออกแบบกิจกรรม เพิ่มโอกาสให้เยาวชนได้ขยับ
CYPAS ฟังเสียงเยาวชนกลุ่มเปราะบาง มีส่วนร่วมออกแบบกิจกรรม เพิ่มโอกาสให้เยาวชนได้ขยับ
เปิดโอกาสให้เยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรม ร่วมออกแบบกิจกรรมทางกายที่ตรงกับความสนใจ
และความต้องการ เชื่อมงานศึกษาคาบพลศึกษาและการเล่นของเด็ก เดินหน้าร่างความร่วมมือ 18 ภาคี
กิจกรรมแบบไหนที่อยากเข้าร่วม เป็นโจทย์ที่เยาวชนในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนหญิง
บ้านปรานี และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนราชบุรีได้ช่วยกันคิดกับทีม CYPAS หรือ Children and Youth Physical Activity Studies โครงการวิจัยด้านกิจกรรมทางกายในเด็กและเยาวชนโดยวิทยาลัย
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล เสียงของคนเล่นเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ
กิจกรรม และเป็นหนึ่งในงาน 5 ด้านที่โครงการศึกษา ตั้งแต่โอกาสของเยาวชนในศูนย์ฝึกฯ ไปจนถึงคาบวิชาพลศึกษาและการเล่นของเด็กเล็ก
กลุ่มกิจกรรมนี้ใช้ชื่อว่า กลุ่มส่งเสริมกิจกรรมทางกายในเด็กเปราะบาง Physical Activity Promotion in Vulnerable Child (PAPV) ดำเนินงานร่วมกับโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์
โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม โดยเก็บข้อมูลจากศูนย์ฝึกและอบรม 11 แห่ง เพื่อดูว่าตารางประจำวันและพื้นที่เปิดโอกาสให้เยาวชน
ได้เคลื่อนไหวมากแค่ไหน พร้อมให้เยาวชนกับผู้ดูแลเสนอความต้องการและช่วยกันคิดกิจกรรมที่
เหมาะกับแต่ละศูนย์
ข้อจำกัดมีตั้งแต่พื้นที่ที่ต้องใช้ร่วมกัน อุปกรณ์ที่ต้องผลัดกันเล่น ไปจนถึงเวลาที่ต้องแบ่งให้
การเรียนและกิจกรรมอื่น ข้อเสนอจึงมีทั้งการเพิ่มกิจกรรมให้เลือกและปรับให้ใช้อุปกรณ์น้อยลง ทีมงานจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาคู่มือและทดสอบโปรแกรมในศูนย์นำร่อง ก่อนพิจารณาขยายผล โดยยังต้องติดตามว่าเมื่อนำไปใช้แล้ว เยาวชนได้ร่วมกิจกรรมมากขึ้นเพียงใด

กลับมาที่คาบพลศึกษาในโรงเรียน เวลาที่ได้ลงเล่นก็เป็นเรื่องใหญ่ ช่วงต่อแถวหรือรอใช้อุปกรณ์
อาจกินเวลาฝึกไปมาก แนวทางพลศึกษาที่มีคุณภาพ หรือ QPE จึงให้ความสำคัญกับการแบ่งกลุ่ม การจัดพื้นที่ และการปรับกิจกรรมตามความสามารถ เพื่อให้ผู้เรียนแต่ละคนมีโอกาสได้ลองทำและเคลื่อนไหวต่อเนื่อง
โจทย์นี้มีข้อมูลจากนักเรียน ป.5 และ ป.6 จำนวน 799 คน ใน 20 โรงเรียนมาช่วยอธิบาย งานศึกษาพบว่าเด็กเคลื่อนไหวระดับเบามากขึ้นในวันที่มีคาบพลศึกษา ส่วนการมีกิจกรรมทางกายระดับ
ปานกลางถึงหนักในช่วงเรียน ยังไม่ต่างจากวันที่ไม่มีคาบอย่างชัดเจน เมื่อทดลองแนวทาง QPE กับเด็กประถมอีกกลุ่มหนึ่ง ติดตาม 8 สัปดาห์ พบเวลามีกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนักเฉลี่ยราว 27 นาที ในวันที่มีคาบพละ เทียบกับราว 18 นาที ในวันที่ไม่มีคาบ ต่างกันราว 8 นาทีครึ่ง เป็นผลนำร่อง
จากกลุ่มเล็กที่ต้องศึกษาต่อ แต่ช่วยทำให้เห็นภาพว่าเวลาที่ได้ขยับเป็นสิ่งที่ติดตามและนำมาปรับคาบเรียนได้

อีกงานทดลองมองไปตลอดช่วงเรียน โดยศึกษารวม 240 คน แบ่งเป็นกลุ่ม QPE และกลุ่มเรียน
ตามปกติ หลังใช้โปรแกรม 9 สัปดาห์ กลุ่ม QPE มีเวลาอยู่นิ่งลดลงเฉลี่ยประมาณ 27 ถึง 28 นาที ทั้งวันที่มี
และไม่มีคาบพลศึกษา ตัวเลขนี้วัดจากช่วง 07.00 ถึง 14.00 น. และยังเป็นผลเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย
เบื้องต้นที่ต้องตามไปประเมินต่อ สำหรับคนที่อยู่ในคาบเรียน ประสบการณ์ของตัวเองเป็นข้อมูลให้ครูนำไป
ปรับกิจกรรมได้ เช่น ช่วงไหนต้องรอนาน หรือแบ่งกลุ่มแบบไหนแล้วได้ลองเล่นมากขึ้น การมีส่วนร่วมเริ่มได้
จากการเล่าให้คนจัดกิจกรรมฟังว่าอะไรช่วยให้เข้าร่วมได้ และตรงไหนที่ยังติดขัด
โอกาสได้เล่นยังเริ่มตั้งแต่ก่อนเข้าประถม CYPAS ศึกษาเด็กอายุ 3 ถึง 6 ปี จำนวน 54 คน เป็นเวลา 3 เดือน เปรียบเทียบกลุ่มที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกับดนตรีและการเคลื่อนไหวตามโปรแกรม กับกลุ่มที่เรียนตามปกติ ทีมวิจัยใช้การวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง หรือ qEEG ดูการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลัง พบว่าคลื่นสมองบางตำแหน่งเปลี่ยนไปแตกต่างกันระหว่างกลุ่ม
ทีมวิจัยมองว่า สัญญาณที่เปลี่ยนไปอาจเกี่ยวกับการจดจ่อและความพร้อมในการประมวลผล
ข้อมูลของสมอง ซึ่งมีแนวโน้มที่ดี กิจกรรมที่เด็กได้เล่นขึ้นอยู่กับคนจัดด้วย กลุ่มกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรม
ทางกายในเด็กปฐมวัย Physical Activity Promotion in Preschoolers (PREPA) ภายใต้โครงการ CYPAS (Children and Youth Physical Activity Studies) โครงการวิจัยด้านกิจกรรมทางกายในเด็กและเยาวชน จึงพัฒนาครูปฐมวัยร่วมกับสมาคมอนุบาลศึกษาแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ฯ ฝึกออกแบบ
กิจกรรมเคลื่อนไหวและดนตรี พร้อมเรียนรู้เรื่อง EF หรือทักษะที่ใช้กำกับตนเอง เช่น การจำสิ่งที่ต้องทำ
และการปรับวิธีคิด แล้วนำมาปรับแผนกิจกรรมให้เหมาะกับเด็กและพื้นที่ของโรงเรียน
ผลติดตามเด็ก 27 คนในช่วง 10 สัปดาห์พบว่า เวลาอยู่นิ่งระหว่างเรียนลดลงเฉลี่ยประมาณ 33 นาทีต่อวัน ส่วนเวลาออกแรงระดับปานกลางถึงหนักเพิ่มจากราว 20 เป็น 35 นาทีต่อวัน ซึ่งวัดด้วย Accelerometer ข้อมูลก่อนและหลังของกลุ่มนี้เป็นแนวโน้มสำหรับพัฒนากิจกรรมและติดตามผลต่อ ทั้งยังทำให้มองเห็นบทบาทของครูในการจัดวันเรียนให้มีจังหวะที่เด็กได้ลุกขึ้นเล่น
เพื่อต่อยอดขยายผลการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในกลุ่มเด็กและเยาวชน ครอบคลุมเด็ก
และเยาวชนอายุ 0 ถึง 24 ปี CYPAS จึงชวนภาคีความร่วมมือ 18 องค์กร จับมือร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ร่วมกันในวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร โดยภาคีเครือข่ายความร่วมมือมีทั้ง หน่วยงานด้านการศึกษาและสุขภาพ กรมพลศึกษา กรมพินิจฯ สมาคมวิชาชีพ และอื่นๆ

ด้านการส่งเสริมกิจกรรมทางกายในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยหน่วยงานภาคีและเครือข่าย 18 แห่ง
ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพมหานคร
MOU จะทำหน้าที่วางกรอบให้หน่วยงานเหล่านี้ช่วยกันพัฒนาคนจัดกิจกรรม แลกเปลี่ยนผลวิจัย และสื่อสารกับสาธารณะ และผนึกกำลังกันส่งเสริมกิจกรรมทางกายในกลุ่มเด็กและเยาวชน ตามพันธกิจขององค์กรตนเอง โดย CYPAS โครงการวิจัยด้านกิจกรรมทางกายในเด็กและเยาวชนภายใต้วิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ประสานงานกลางให้เกิดการขับเคลื่อน เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยมีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ และวางรากฐานสุขภาวะที่ดีในระยะยาว เพื่อความมั่นคง แข็งแกร่ง และยั่งยืนให้กับเด็กและเยาวชนของประเทศไทย








