InnovestX ชู 5 หุ้นเด่นไตรมาส 4/2569 วางเป้า SET ปี 2570 ที่ 1,715 จุด

 InnovestX ชู 5 หุ้นเด่นไตรมาส 4/2569 วางเป้า SET ปี 2570 ที่ 1,715 จุด

เปิดกลยุทธ์ InnovestX ไตรมาส 4/2569 ชู AMATA CENTEL CRC KTB PR9 มองสะสม SET บริเวณ 1,550 จุด พร้อมเป้าปี 2570 ที่ 1,715 จุด และ 7 ปัจจัยต้องจับตา

InnovestX เปิดกลยุทธ์ลงทุนไตรมาส 4/2569 เน้นเลือกหุ้นคุณภาพ รอจังหวะสะสม SET บริเวณ 1,550 จุด ชู AMATA, CENTEL, CRC, KTB และ PR9 พร้อมจับตา 7 ปัจจัยกำหนดทิศทางตลาด ตั้งแต่ราคาน้ำมัน ดอกเบี้ย ไปจนถึงการเติบโตของกำไรและกระแส AI

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด หรือ InnovestX ในกลุ่ม SCBX เปิดมุมมองการลงทุนช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 โดยให้น้ำหนักกับการคัดเลือกหุ้นที่ฐานะการเงินแข็งแกร่งและแนวโน้มกำไรชัดเจน ท่ามกลางความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มขึ้น พร้อมกำหนดเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทย หรือ SET Index ปี 2570 ที่ 1,715 จุด

กลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนมุมมองว่า แม้กำไรบริษัทจดทะเบียนยังเป็นแรงสนับสนุนตลาด แต่ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นมาแล้วและต้นทุนทางการเงินที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ผู้ลงทุนต้องให้ความสำคัญกับจังหวะเข้าซื้อและการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น

หุ้นไทยรอจังหวะสะสม 1,550 จุด ชู 5 หุ้นเด่น

นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน InnovestX ระบุว่า ประมาณการกำไรต่อหุ้น หรือ EPS ของตลาดหุ้นไทยได้รับการปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากกลุ่มพลังงาน ขณะที่กำไรบริษัทในตลาดโลกเริ่มขยายตัวไปสู่อุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือจากเทคโนโลยี

อย่างไรก็ตาม โอกาสปรับขึ้นของตลาดเริ่มมีข้อจำกัดหลังราคาหุ้นเพิ่มขึ้นมาระดับหนึ่ง ประกอบกับความเสี่ยงจากน้ำมัน เงินเฟ้อ และนโยบายการเงิน จึงให้น้ำหนักกับการรอจังหวะลงทุนมากกว่าการไล่ซื้อเมื่อราคาปรับขึ้น

InnovestX ประเมินว่า SET Index บริเวณ 1,550 จุด เป็นระดับที่เริ่มน่าสนใจสำหรับทยอยสะสม ส่วนเป้าหมาย 1,715 จุดเป็นกรอบสำหรับปี 2570 โดยมีการลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นองค์ประกอบสนับสนุนมุมมองดังกล่าว

หุ้นเด่นที่ฝ่ายวิจัยคัดเลือก ได้แก่ AMATA, CENTEL, CRC, KTB และ PR9 ภายใต้เกณฑ์การลงทุนที่เน้นงบดุลแข็งแกร่ง ความชัดเจนของกำไร และความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่จำกัด

จับตา 7 ปัจจัยกำหนดทิศทางลงทุนไตรมาส 4/2569

ภายใต้แนวคิด “Navigating the Seven” InnovestX ระบุปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม 7 ด้าน ได้แก่

  1. ราคาน้ำมัน
  2. อัตราผลตอบแทนพันธบัตร
  3. ความเสี่ยงทางการเมืองและการเลือกตั้ง
  4. ภาวะเอลนีโญรุนแรง
  5. หนี้สาธารณะ
  6. การเติบโตของกำไรบริษัท
  7. ความต้องการด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย Head of Investment Strategy & Research ของ InnovestX ประเมินว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจส่งผ่านความเสี่ยงจากราคาน้ำมันไปสู่เงินเฟ้อ ทิศทางดอกเบี้ย ต้นทุนทางการเงิน และค่าเงินบาท

ในมุมมองของฝ่ายวิจัย ตลาดพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐฯ มีความน่าสนใจจากความสามารถในการรองรับภาวะดอกเบี้ยสูงและพื้นฐานบริษัทจดทะเบียน ขณะที่หุ้นไทยยังมีแรงหนุนจากการเบิกจ่ายและการลงทุนภาครัฐ ซึ่งเอื้อต่อธุรกิจที่พึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศ

อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งคลี่คลายและการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ภาวะปกติ ทิศทางความเสี่ยงดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้

คงคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569–2570 โตปีละ 2%

ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ InnovestX เปิดเผยว่า ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 และ 2570 เติบโตที่ 2.0% ในแต่ละปี โดยมองว่าการขยายตัวยังมีความแตกต่างระหว่างภาคเศรษฐกิจ

การลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกที่เชื่อมโยงกับ AI เป็นแรงสนับสนุนสำคัญ ก่อนที่ในปี 2570 น้ำหนักของแรงขับเคลื่อนจะย้ายไปสู่ภาครัฐและการบริโภคมากขึ้น

ขณะเดียวกัน InnovestX ปรับสมมติฐานราคาน้ำมันเฉลี่ยปี 2569 เป็น 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปี 2570 เป็น 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมติดตามแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ซึ่งอาจมีผลต่อเศรษฐกิจและต้นทุนเงินทุนในระยะถัดไป

หุ้นต่างประเทศยังมอง AI ควบคู่หุ้นตั้งรับและปันผล

สำหรับตลาดต่างประเทศ InnovestX ยังให้ความสนใจกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น Google, Amazon, Nvidia, Tencent และ Alibaba แต่เสนอให้กระจายการลงทุนไปยังธุรกิจนอกกลุ่มเทคโนโลยีด้วย

ตัวอย่างหุ้นในกลุ่มตั้งรับที่ฝ่ายวิจัยกล่าวถึง ได้แก่ Visa, AIA, Walmart, Iberdrola และ China Mobile ส่วนธีมปันผลมี Verizon, AXA, Enel และ ICBC เป็นส่วนหนึ่งของรายชื่อที่นำเสนอ

ด้านนายจรณพงศ์ รัตนะโสภา Head of Investment Product Specialist ของ InnovestX กล่าวถึงกองทุน M-SCHD ซึ่งลงทุนผ่าน Schwab U.S. Dividend Equity ETF หรือ SCHD ว่าเป็นทางเลือกสำหรับเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ กลุ่มปันผลคุณภาพ และช่วยกระจายสัดส่วนการลงทุนออกจากหุ้นเทคโนโลยี

ภาพรวมกลยุทธ์ไตรมาส 4/2569 ของ InnovestX จึงเน้นการเลือกลงทุนเป็นรายบริษัท ควบคู่กับการพิจารณาราคาที่เหมาะสม โดยผู้ลงทุนควรติดตามทั้งทิศทางกำไรและปัจจัยมหภาคที่อาจเปลี่ยนสมมติฐานการลงทุน

หมายเหตุ: เป้าหมายดัชนี ประมาณการเศรษฐกิจ และรายชื่อหลักทรัพย์เป็นมุมมองของ InnovestX ตามข่าวต้นทาง ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

ทันข่าวธุรกิจ YouTube

ดูทั้งหมด

Related post