แกร็บเผย “ไทยช่วยไทย พลัส” ดันยอดสั่งอาหารทะลุ 20 ล้านออเดอร์

 แกร็บเผย “ไทยช่วยไทย พลัส” ดันยอดสั่งอาหารทะลุ 20 ล้านออเดอร์

แกร็บเผยยอดสั่งอาหารจากร้านร่วมไทยช่วยไทย พลัส ทะลุ 20 ล้านออเดอร์ พร้อมต่อยอด AI ช่วยร้านอาหารวิเคราะห์ยอดขายและวางแผนการตลาด

แกร็บเปิดผลโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ร้านอาหารร่วมโครงการมียอดขายเฉลี่ยเพิ่มกว่า 2 เท่า พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูล ต่อยอดการบริหารร้านและวางแผนการตลาด

Key Points

  • แกร็บเผยยอดสั่งอาหารจากร้านร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” มากกว่า 20 ล้านออเดอร์
  • กรุงเทพฯ มีการใช้สิทธิสูงสุด ขณะที่อาหารตามสั่งเป็นหมวดอาหารที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่ง
  • บริษัทเดินหน้าสนับสนุนโครงการรอบเพิ่มเติม ควบคู่กับการขยายการใช้ AI ในกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร

แกร็บ ประเทศไทย รายงานผลการเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน–30 กันยายน 2569 มียอดสั่งอาหารผ่าน GrabFood จากร้านที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 20 ล้านออเดอร์ ขณะที่ยอดขายเฉลี่ยของร้านร่วมโครงการเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า ตามข้อมูลของบริษัท

ผลดังกล่าวเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาของธุรกิจเดลิเวอรี ท่ามกลางบทบาทของมาตรการรัฐในการสนับสนุนการใช้จ่าย โดยโจทย์ต่อจากการเพิ่มคำสั่งซื้อคือการรักษาฐานลูกค้าและสร้างรายได้ต่อเนื่องให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า จำนวนผู้ใช้บริการที่ใช้สิทธิเพิ่มขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับโครงการรอบก่อนหน้า โดยกรุงเทพฯ มีการใช้สิทธิสูงสุด ตามด้วยชลบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ และนครราชสีมา

สำหรับหมวดอาหารที่มียอดสั่งซื้อโดยใช้สิทธิมากที่สุด ได้แก่ อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ฟาสต์ฟู้ด และเครื่องดื่มชา–กาแฟ

บริษัทจะสนับสนุนโครงการรอบเพิ่มเติมระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม–30 พฤศจิกายน 2569 ต่อเนื่อง

ควบคู่กับการเข้าร่วมโครงการ แกร็บเดินหน้าส่งเสริมการใช้ GrabMerchant AI Assistant เพื่อช่วยผู้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลยอดขาย เมนูยอดนิยม และช่วงเวลาที่มีคำสั่งซื้อ โดยบริษัทระบุว่ามีร้านอาหารทดลองใช้แล้วกว่า 275,000 ร้าน

ในมุมธุรกิจ การนำข้อมูลมาใช้วางแผนเปิดโอกาสให้ร้านอาหารประเมินได้ว่า เมนูใดควรส่งเสริมการขาย ช่วงเวลาใดควรจัดโปรโมชัน และควรบริหารหน้าร้านอย่างไรให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า

อย่างไรก็ดี ยอดขายที่เพิ่มขึ้นยังต้องพิจารณาควบคู่กับต้นทุนและกำไรของแต่ละร้าน ขณะที่ตัวเลขจากแกร็บสะท้อนผลของร้านค้าบนแพลตฟอร์ม ไม่อาจใช้สรุปการเติบโตของตลาดร้านอาหารทั้งหมดได้

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ ผู้ประกอบการจะรักษาลูกค้าที่เข้ามาใช้สิทธิให้กลับมาสั่งซื้อซ้ำได้มากเพียงใด เพราะยอดคำสั่งซื้อระหว่างโครงการเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการประเมินผลทางธุรกิจ

สำหรับร้านอาหาร การติดตามจำนวนลูกค้าประจำ มูลค่าการสั่งซื้อ และกำไรต่อเมนู จะช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่าแรงซื้อที่เกิดขึ้นสามารถต่อยอดเป็นรายได้ระยะยาวได้หรือไม่ ส่วนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี การพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลจะมีน้ำหนักมากขึ้น หากร้านค้าสามารถนำไปใช้ตัดสินใจและวัดผลได้จริง

ทันข่าวธุรกิจ YouTube

ดูทั้งหมด

Related post