บู๊ทส์ รุกตลาด Health & Beauty ดึงกว่า 30 แบรนด์ใหม่เสริมพอร์ต ชูเกม Self-care ดันฐานลูกค้าไทย
บู๊ทส์ ประเทศไทย รุกตลาด Health & Beauty ดึงสินค้าและแบรนด์ใหม่กว่า 30 แบรนด์ เสริมพอร์ต 7,000 รายการ จากกว่า 500 แบรนด์ รับเทรนด์ Self-care
บู๊ทส์ ประเทศไทย เดินเกม Health & Beauty Destination ดึงสินค้าและแบรนด์ใหม่ทั้งไทย-ต่างประเทศกว่า 30 แบรนด์ เสริมพอร์ตครอบคลุม Skincare, Body Care, Fragrance, Men’s Care และ Health & Wellness รับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาทั้งสินค้า นวัตกรรม และเทรนด์ใหม่ในพื้นที่เดียว พร้อมชูฐานสินค้ากว่า 7,000 รายการ จากกว่า 500 แบรนด์
ตลาดสุขภาพและความงามยังเป็นหนึ่งในสมรภูมิที่ผู้เล่นต้องแข่งขันกันมากกว่าการมีสินค้าให้เลือกจำนวนมาก เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังขยับไปสู่การมองหา “ประสบการณ์” และผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์การดูแลตัวเอง หรือ Self-care Routine ได้อย่างครบวงจร
ล่าสุด บู๊ทส์ ประเทศไทย (Boots Thailand) เดินหน้าตอกย้ำตำแหน่ง Health & Beauty Destination ด้วยการเพิ่มสินค้าและแบรนด์ใหม่จากทั้งประเทศไทยและต่างประเทศกว่า 30 แบรนด์ เข้ามาเสริมพอร์ต ครอบคลุมตั้งแต่สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย น้ำหอม ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชาย ไปจนถึงกลุ่มสุขภาพและเวลเนส
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนทิศทางของบู๊ทส์ที่ต้องการขยับบทบาทจากร้านจำหน่ายสินค้า Health & Beauty ไปสู่พื้นที่สำหรับการค้นพบสินค้า นวัตกรรม และเทรนด์ใหม่ ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม
Key Points
- บู๊ทส์ ประเทศไทย เพิ่มสินค้าและแบรนด์ใหม่ทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 30 แบรนด์
- ครอบคลุม Skincare, Body Care, Fragrance, Men’s Care และ Health & Wellness
- ดึงแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ The Ordinary, Eucerin, INGU, ISDIN, No7, Soap & Glory, Baylis & Harding และ Old Spice
- วางตำแหน่ง Health & Beauty Destination เชื่อม Beauty, Health และ Self-care ไว้ในจุดเดียว
- ปัจจุบันบู๊ทส์มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากกว่า 7,000 รายการ จากกว่า 500 แบรนด์
จากร้าน Health & Beauty สู่พื้นที่ “ค้นพบ” เทรนด์ใหม่
สนมชนมน์ จินานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บู๊ทส์ ประเทศไทย มองว่า ความต้องการด้านสุขภาพและความงามของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าไม่ได้มองหาเพียงผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการเท่านั้น แต่ยังสนใจนวัตกรรม เทรนด์ และแบรนด์ใหม่ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
โจทย์ดังกล่าวทำให้บู๊ทส์มุ่งพัฒนาพื้นที่ให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสิ่งใหม่ในโลก Health & Beauty ได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แบรนด์ระดับโลก แบรนด์ไทยที่กำลังได้รับความนิยม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบู๊ทส์เอง
กลยุทธ์ดังกล่าวยังสะท้อนภาพการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีก Health & Beauty ที่ไม่ได้จบเพียงการมีสินค้าให้เลือก แต่ต้องสามารถสร้างเหตุผลให้ผู้บริโภคกลับเข้ามา “ค้นพบ” สินค้าและประสบการณ์ใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

เปิดพอร์ตสกินแคร์ ดึง The Ordinary-Eucerin-INGU เสริมทัพ
หนึ่งในหมวดที่บู๊ทส์ให้น้ำหนักคือ Skincare โดยเตรียมนำ The Ordinary แบรนด์สกินแคร์ระดับโลกเข้ามาวางจำหน่าย พร้อมเพิ่มผลิตภัณฑ์จากหลายแบรนด์เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น
ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระยะยาว มี Eucerin Epicelline® + Longevity ที่เข้ามาเติมกลุ่ม Longevity Skincare Routine ตั้งแต่ Serum, Day Care SPF 30 ไปจนถึง Night Care
ขณะที่แบรนด์ไทยอย่าง INGU นำผลิตภัณฑ์ 9 Peptide Plumping Oil in Serum + Mugwort PDRN เข้ามาเสริมกลุ่มสกินแคร์ และมี IN U แบรนด์ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเข้ามาเพิ่มทางเลือกในการดูแลตัวเองจากภายใน
นอกจากนี้ยังมี José ในกลุ่มบอดี้ออยล์ และ ISDIN แบรนด์เวชสำอางและผลิตภัณฑ์กันแดดจากประเทศสเปน ซึ่งมีจำหน่ายในบู๊ทส์สาขาหลักและสาขาในสนามบิน
No7-Soap & Glory-Old Spice เจาะ Self-care หลายเซกเมนต์
นอกจากสกินแคร์ บู๊ทส์ยังขยายตัวเลือกไปยังผลิตภัณฑ์ในหมวดอื่น เพื่อเชื่อมการดูแลตัวเองให้ครอบคลุมหลายกิจวัตรมากขึ้น
ฝั่งแบรนด์อังกฤษมี No7 Prime Forever™ ผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่จาก No7 ที่เน้นแนวคิดการดูแลผิวให้แข็งแรงและรับมือสัญญาณแห่งวัย
ขณะที่ตลาด Fragrance และ Body Care มี Soap & Glory Fragrance Mist รวมถึง Baylis & Harding ในกลุ่ม Hand Wash และ Body Wash เข้ามาเพิ่มตัวเลือกด้านผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายและกลิ่นหอม
ส่วนกลุ่มผู้ชาย บู๊ทส์นำ Old Spice แบรนด์ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายจากสหรัฐอเมริกาเข้ามาจำหน่ายในทุกสาขาทั่วประเทศ สะท้อนการขยายพอร์ตจาก Beauty ไปสู่ Personal Care ที่ครอบคลุมผู้บริโภคหลายเซกเมนต์

ใช้ Loyalty เชื่อมหน้าร้าน-แอป ดันฐานสมาชิก
อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญคือฐานสมาชิก Boots Club Members ซึ่งบู๊ทส์นำระบบสิทธิประโยชน์เข้ามาช่วยสร้างการกลับมาซื้อซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คอยน์แทนส่วนลด สิทธิ์แลกซื้อ ส่วนลดในเดือนเกิด และสิทธิพิเศษจากแบรนด์ต่าง ๆ
เมื่อรวมกับช่องทางจำหน่ายทั้งสาขาทั่วประเทศและ Boots Thailand Mobile App จึงทำให้กลยุทธ์ Health & Beauty Destination ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ร้านค้า แต่ขยายเข้าสู่ช่องทางดิจิทัลเพื่อรองรับพฤติกรรมการซื้อแบบ Omnichannel
ปัจจุบันบู๊ทส์ระบุว่ามีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากกว่า 7,000 รายการ จากกว่า 500 แบรนด์ ซึ่งกลายเป็นฐานสำคัญในการขยายบทบาทจากผู้ค้าปลีกสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ไปสู่แพลตฟอร์มที่รวมทั้ง Beauty, Health, Wellness และ Self-care เข้าไว้ด้วยกัน
การเพิ่มสินค้าและแบรนด์ใหม่กว่า 30 แบรนด์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนสินค้าในชั้นวาง แต่เป็นอีกหนึ่งหมากในการสร้างความหลากหลายของพอร์ต และเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคเข้ามาค้นพบสินค้าใหม่ภายใต้แนวคิด Health & Beauty Destination
