ฐากร ปิยะพันธ์ กับภารกิจเปลี่ยนเกมสินเชื่อไทย เมื่อ “คนผ่อนดี” ต้องได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่าเดิม
หากลูกค้าสองคนมีรถอายุเท่ากัน แต่คนหนึ่งไม่เคยผิดนัดชำระหนี้เลย…ทั้งคู่ควรจ่ายดอกเบี้ยเท่ากันหรือไม่ คำถามนี้อาจฟังดูเรียบง่าย แต่กลับเป็นคำถามที่แทบไม่มีใครในอุตสาหกรรมการเงินไทยตั้งขึ้นอย่างจริงจัง ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การพิจารณาสินเชื่อรถแลกเงินของไทยยึด “อายุรถ” เป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดอัตราดอกเบี้ย รถยิ่งเก่า ความเสี่ยงยิ่งสูง และต้นทุนของผู้กู้ก็สูงตามไปด้วย ในทางกลับกัน “ประวัติการชำระหนี้” ซึ่งสะท้อนวินัยทางการเงินของผู้กู้ กลับมีบทบาทไม่มากนักในการกำหนดต้นทุนที่ลูกค้าต้องจ่าย สำหรับ ฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี นี่คือช่องว่างของระบบที่ควรถูกตั้งคำถาม “เราเชื่อว่าคนที่มีวินัยในการผ่อนชำระ ควรได้รับต้นทุนทางการเงินที่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่แท้จริง ไม่ใช่ถูกประเมินจากอายุของรถเพียงอย่างเดียว” แนวคิดดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินหน้าภารกิจ Make REAL Change ที่ทีทีบีเลือกใช้เพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของธนาคาร ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นการชวนทั้งอุตสาหกรรมกลับมาตั้งคำถามกับ “กติกาเดิม” ที่ใช้มาอย่างยาวนาน เมื่อ “เครดิต” ต้องสร้างคุณค่า มากกว่าเป็นเพียงประวัติ ปี 2568 ทีทีบีประกาศให้เป็น “ปีแห่งการช่วยเหลือลูกหนี้” พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้และออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แต่ในมุมของผู้บริหาร การแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการเข้าไปช่วยเมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้วเท่านั้น หากต้องสร้างแรงจูงใจให้คนไทยเห็นคุณค่าของการมีวินัยทางการเงินตั้งแต่ต้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คนไทยจำนวนมากถูกปลูกฝังให้รักษาประวัติการชำระหนี้ เพราะเชื่อว่าจะช่วยให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ “เครดิตดี” กลับไม่สามารถเปลี่ยนเป็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้อย่างชัดเจน ทีทีบีจึงเลือกเปลี่ยนวิธีคิด จากคำว่า “รักษาเครดิต” […]




