สทนช.จับมือ ม.เกษตรฯ ปรับแผนแม่บทน้ำลุ่มน้ำท่าจีน ชู SEA บริหารน้ำสมดุลเศรษฐกิจ–สังคม–สิ่งแวดล้อม

 สทนช.จับมือ ม.เกษตรฯ ปรับแผนแม่บทน้ำลุ่มน้ำท่าจีน ชู SEA บริหารน้ำสมดุลเศรษฐกิจ–สังคม–สิ่งแวดล้อม

สทนช.จับมือ ม.เกษตรฯ ปรับแผนแม่บทน้ำลุ่มน้ำท่าจีน ชู SEA บริหารน้ำสมดุลเศรษฐกิจ–สังคม–สิ่งแวดล้อม

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินหน้าปรับปรุงแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำท่าจีน ช่วงปี 2566–2580 เปิดเวทีภาคประชาชนที่จังหวัดสุพรรณบุรี รับฟังปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม และคุณภาพน้ำในพื้นที่ พร้อมนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA เป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางบริหารจัดการน้ำระยะยาว

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมสองพันบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดประชุมปฐมนิเทศโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในเขตลุ่มน้ำท่าจีน ปรับปรุงช่วงที่ 1 พ.ศ. 2566–2580 โดยมีผู้แทนหน่วยงานราชการ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการลุ่มน้ำ องค์กรผู้ใช้น้ำ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

การจัดทำแผนครั้งนี้มุ่งยกระดับการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำท่าจีนให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้ง อุทกภัย และคุณภาพน้ำ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อวิถีชีวิตประชาชน ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาเมืองในพื้นที่ลุ่มน้ำ

นายวรัตม์ มาประณีต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนต่อสภาพปัญหาและข้อจำกัดของลุ่มน้ำท่าจีน รวมถึงประเมินว่าแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันสามารถตอบโจทย์ปัญหาในพื้นที่ได้มากน้อยเพียงใด

ทั้งนี้ ลุ่มน้ำท่าจีนต้องเผชิญปัญหาที่แตกต่างกันในแต่ละปีตามความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ บางปีได้รับผลกระทบจากภาวะเอลนีโญ ทำให้เกิดความเสี่ยงขาดแคลนน้ำ ขณะที่บางปีต้องเผชิญอุทกภัยจากปริมาณน้ำสูง การจัดทำแผนแม่บทจึงต้องมองทั้งภาพรวมระยะยาวและสถานการณ์รายปี เพื่อกำหนดแผนปฏิบัติการที่ลดผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างเหมาะสม

นายศราวุธ สากล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 กล่าวว่า การปรับปรุงแผนแม่บทครั้งนี้จะนำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ Strategic Environmental Assessment: SEA มาใช้เป็นเครื่องมือหลัก โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับพื้นที่

ข้อมูลจากเวทีปฐมนิเทศจะถูกนำไปประกอบการกำหนดทางเลือกในการแก้ไขปัญหา พัฒนาเป้าหมาย ตัวชี้วัด และแนวทางจัดทำแผนแม่บทที่สะท้อนทั้งมุมมองเชิงนโยบายและความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน

สำหรับกระบวนการมีส่วนร่วมภายใต้กรอบ SEA จะครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 12 กลุ่ม โดยโครงการไม่ได้พิจารณาเฉพาะมิติด้านวิศวกรรมเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน หลังจากเวทีปฐมนิเทศครั้งนี้ จะมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง และประชุมกลุ่มย่อยอีก 3 ครั้ง เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึก วิเคราะห์รากของปัญหา และพัฒนาทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการแก้ไขปัญหาลุ่มน้ำท่าจีนในระยะยาว

ผศ.ดร.ทรงศักดิ์ ภัทราวุฒิชัย ผู้จัดการโครงการ กล่าวว่า พื้นที่ศึกษาของโครงการครอบคลุมลุ่มน้ำท่าจีนใน 13 จังหวัด รวมถึงพื้นที่ลุ่มน้ำใกล้เคียง ได้แก่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำแม่กลอง โดยจะมีการรวบรวม ประเมิน และสังเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อระบุสภาพปัญหาและจุดวิกฤตของลุ่มน้ำท่าจีนอย่างเป็นระบบ

ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา ได้แก่ ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ความเสี่ยงด้านภัยแล้งในพื้นที่ตอนกลางของลุ่มน้ำ และปัญหาคุณภาพน้ำในช่วงท้ายลุ่มน้ำ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่กระทบต่อความมั่นคงด้านน้ำและคุณภาพชีวิตของประชาชน

ผศ.ดร.ทรงศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การศึกษาครั้งนี้คาดว่าจะช่วยชี้ให้เห็นต้นตอของปัญหาในแต่ละพื้นที่ และนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย มาตรการ และโครงการที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการน้ำได้ตรงจุด ทั้งในระยะกลางและระยะยาว เพื่อให้ลุ่มน้ำท่าจีนมีความมั่นคงด้านน้ำ ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ประชาชนและสื่อมวลชนที่สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการได้ผ่านช่องทางข่าวสารของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน ติดต่อผู้ประสานงานโครงการ คุณศุภรัตน์ เปรมไธสง โทรศัพท์ 098-265-5260 หรือที่ปรึกษาโครงการ ภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตำบลกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม 73140

Related post