“ชมรมโรคปวดศีรษะแห่งประเทศไทย” จัดเสวนาวิชาการ Breaking the Stigma, Understanding Migraine ย้ำ “ไมเกรน” คือโรคทางสมอง ไม่ใช่อาการปวดหัวธรรมดา
“ชมรมโรคปวดศีรษะแห่งประเทศไทย” จัดเสวนาวิชาการ Breaking the Stigma, Understanding Migraine ย้ำ “ไมเกรน” คือโรคทางสมอง ไม่ใช่อาการปวดหัวธรรมดา
ชมรมโรคปวดศีรษะแห่งประเทศไทย ภายใต้สมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย ร่วมกับสาขาวิชาประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงานเสวนาวิชาการ “Breaking the Stigma, Understanding Migraine – เปิดใจ…เข้าใจไมเกรน” ณ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคไมเกรนในสังคมไทย พร้อมรณรงค์ลดอคติและความเข้าใจผิดที่มีต่อผู้ป่วยไมเกรน
ภายในงาน ผศ. นพ.สุรัตน์ ตันประเวช ประธานชมรมโรคปวดศีรษะฯ กล่าวว่า “ไมเกรนเป็นโรคที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะในวัยทำงาน แต่ยังมีผู้ป่วยจำนวนมากถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงอาการปวดหัวทั่วไป ทั้งที่ความจริงแล้ว ไมเกรนเป็นโรคทางสมองที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ” พร้อมเสริมว่า ผู้ป่วยจำนวนมากต้องเผชิญอาการปวดศีรษะรุนแรงร่วมกับคลื่นไส้ ไวต่อแสง เสียง และกลิ่น ซึ่งส่งผลต่อสมรรถภาพในการทำงานและการเรียนรู้



ด้าน ผศ. ดร. นพ.จรุงไทย เดชเทวพร หัวหน้าสาขาวิชาประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า “ความเข้าใจผิดจากคนรอบข้าง กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยไม่กล้าเปิดเผยอาการจริงหรือหลีกเลี่ยงการเข้ารับการรักษา การลดอคติ (stigma) จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเสริมให้ผู้ป่วยเข้าถึงการดูแลอย่างเหมาะสม”
ในโอกาสเดียวกัน รศ. นพ.เสกข์ แทนประเสริฐสุข รองประธานและเลขานุการชมรมฯ ได้สรุปสาระสำคัญของการจัดงานว่า “ไมเกรนเป็นโรคจริงที่ควรได้รับความเข้าใจมากกว่าคำตัดสิน หากสังคมเปิดใจรับรู้และสนับสนุนอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น และลดผลกระทบทั้งในระดับบุคคลและสังคมโดยรวม”

งานเสวนาครั้งนี้ยังเปิดเวทีให้ผู้ป่วยไมเกรนร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริงจากชีวิตประจำวัน และมีการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live เพื่อกระจายข้อมูลอย่างทั่วถึงไปยังสาธารณชน
โรคไมเกรนยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของประชากรจำนวนมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการสื่อสารความรู้ที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันลดภาระสุขภาพที่เกิดจากความเข้าใจผิดและการเข้าถึงการรักษาล่าช้า



