สตีเบล เอลทรอน ตั้งเป้ารายได้ 1,410 ล้าน สวนตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นหดตัว 10%
สตีเบล เอลทรอน ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 1,410 ล้านบาท สวนตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นหดตัว 10% ส่ง X-Series พร้อมขยายธุรกิจ B2B-B2C
สตีเบล เอลทรอน กางแผนธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้ายอดขาย 1,410 ล้านบาท เดินเกมสวนตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น–น้ำร้อนที่คาดหดตัวราว 10% เร่งขยายพอร์ต B2C-B2B พร้อมส่ง “X-Series” เจาะตลาดปลายปี รับเทรนด์ Wellness และการรีโนเวทที่อยู่อาศัย
Key Points
- สตีเบล เอลทรอน เปิดยอดขายปี 2568 ที่ 1,380 ล้านบาท เติบโต 4% ขณะที่เครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำน้ำร้อนสร้างสัดส่วน 77% ของยอดขายรวม
- บริษัทประเมินตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำน้ำร้อนในไทยปี 2569 อาจ หดตัวประมาณ 10% จากภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อ และการชะลอตัวของโครงการที่อยู่อาศัยใหม่
- ตั้งเป้าปิดปี 2569 ด้วยยอดขาย 1,410 ล้านบาท พร้อมขยายธุรกิจทั้ง B2C และ B2B และเปิดตัวเครื่องทำน้ำอุ่น X-Series ราคาเริ่มต้น 3,290 บาท
ตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำน้ำร้อนของไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ แต่ สตีเบล เอลทรอน (Stiebel Eltron) ยังวางเป้าหมายเติบโตสวนทิศทางตลาด โดยเดินหน้าขยายธุรกิจจากตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นไปสู่พอร์ตโฟลิโอโซลูชันด้านน้ำที่ครอบคลุมทั้งผู้บริโภคทั่วไปและลูกค้าธุรกิจ

นายโรลันด์ เฮิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2568 บริษัทมียอดขายรวมประมาณ 1,380 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน โดยกลุ่มเครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำน้ำร้อนยังเป็นสินค้าหลัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 77% ของยอดขายทั้งหมด ขณะที่ยอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเติบโตประมาณ 15% จากปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในปี 2569 มีความท้าทายเพิ่มขึ้น โดยบริษัทประเมินว่า ตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำน้ำร้อนในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 3,300 ล้านบาทในปี 2568 อาจหดตัวราว 10% ในปีนี้ จากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ กำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากรที่กระทบต่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่
ท่ามกลางตลาดที่ชะลอตัว สตีเบล เอลทรอนมองว่า ยังมีดีมานด์อีกกลุ่มที่สามารถสร้างโอกาสให้กับธุรกิจได้ โดยเฉพาะการขยายตัวของเมือง กระแสรีโนเวทที่อยู่อาศัย และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับทั้งประโยชน์ใช้สอย ดีไซน์ ความสะดวกสบาย และคุณค่าด้านการพักผ่อนภายในบ้าน
แนวโน้มดังกล่าวทำให้การแข่งขันในตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นเริ่มขยับจากการแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านดีไซน์ เทคโนโลยี ความปลอดภัย การประหยัดพลังงาน และประสบการณ์ใช้งาน ซึ่งเป็นทิศทางที่บริษัทใช้เป็นฐานในการผลักดันตัวเองสู่การเป็นแบรนด์ Lifestyle Water Solutions
ส่ง X-Series ชิงตลาดปลายปี ราคาเริ่ม 3,290 บาท
หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี คือการเปิดตัว X-Series เครื่องทำน้ำอุ่นซีรีส์เรือธง ประกอบด้วยรุ่น AQX และ WSX ภายใต้แนวคิด “It’s Time to Pause” โดยวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ให้การอาบน้ำเป็นส่วนหนึ่งของการพักผ่อนและการดูแลคุณภาพชีวิต มากกว่าการตอบโจทย์ด้านฟังก์ชันเพียงอย่างเดียว
รุ่น AQX วางระดับราคาเริ่มต้นที่ 3,290 บาท สำหรับกำลังไฟ 3,500 วัตต์ และ 3,490 บาท สำหรับ 4,500 วัตต์ ขณะที่รุ่น WSX ราคา 3,890 บาท สำหรับ 3,500 วัตต์ และ 4,090 บาท สำหรับ 4,500 วัตต์
ด้านความปลอดภัย X-Series ใช้ระบบตรวจสอบฟังก์ชันก่อนเริ่มใช้งาน รวมถึงระบบป้องกันไฟฟ้าดูด ELCB ระบบควบคุมความร้อน และมาตรฐานป้องกันน้ำ IP25 ขณะที่ด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทระบุว่าฝาครอบผลิตภัณฑ์สามารถใช้วัสดุ ABS รีไซเคิลได้สูงสุด 80% พร้อมเดินหน้าลดการใช้พลาสติกในบรรจุภัณฑ์
บริษัทมีแผนต่อยอด X-Series ด้วยผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เพิ่มเติมภายในปี 2570 เพื่อขยายฐานลูกค้าและรองรับตลาดที่อยู่อาศัยหลายระดับ
ขณะเดียวกัน ยุทธศาสตร์ของสตีเบล เอลทรอนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเครื่องทำน้ำอุ่น โดยเริ่มขยายพอร์ตไปยังโซลูชันอื่น เช่น Stiebel House Pro สำหรับระบบน้ำภายในบ้าน รวมถึงโซลูชันฮีทปั๊ม SHP-O และ WPL-A สำหรับธุรกิจโรงแรมและโครงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและรองรับเป้าหมายด้าน ESG ของภาคธุรกิจ


สำหรับเป้าหมายทั้งปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1,410 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,380 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยคาดว่ายอดขายประมาณ 80% จะมาจากตลาดในประเทศ และอีก 20% จากตลาดส่งออก พร้อมเดินหน้าพัฒนาแนวคิด Water Wellness Ecosystem เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ภายใต้ภาวะตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีแนวโน้มหดตัว กลยุทธ์ของสตีเบล เอลทรอนในปีนี้คือการลดการพึ่งพาการเติบโตจากตลาดเดิมเพียงอย่างเดียว และหันไปเพิ่มมูลค่าผ่านสินค้าใหม่ การขยายพอร์ตโซลูชันน้ำ และการเข้าถึงตลาด B2B มากขึ้น เพื่อรักษาการเติบโตท่ามกลางกำลังซื้อที่ยังเป็นโจทย์สำคัญของตลาดไทย
