สงกรานต์ไทยเร่งพลังท่องเที่ยว “Maha Songkran 2026” ดึงคนร่วมงานกว่า 3 แสน สร้างเงินสะพัด 448 ล้านบาท

 สงกรานต์ไทยเร่งพลังท่องเที่ยว “Maha Songkran 2026” ดึงคนร่วมงานกว่า 3 แสน สร้างเงินสะพัด 448 ล้านบาท

สงกรานต์ไทยเร่งพลังท่องเที่ยว “Maha Songkran 2026” ดึงคนร่วมงานกว่า 3 แสน สร้างเงินสะพัด 448 ล้านบาท

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดภาพรวมความสำเร็จของการจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026 ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้เข้าร่วมงานรวม 300,878 คน แบ่งเป็นชาวไทย 123,664 คน และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 177,214 คน พร้อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 448 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดว่า “สงกรานต์ไทย” ยังคงเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่มีพลังทั้งในมิติของวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไทยกำลังเร่งฟื้นและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เติบโตบนฐานของคุณภาพมากกว่าปริมาณ

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ความสำเร็จของงานครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาครัฐ ที่ร่วมกันต้อนรับ ดูแล และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ จนทำให้เกิดภาพลักษณ์เชิงบวกต่อประเทศไทยในสายตาผู้มาเยือนจากทั่วโลก

อีกด้านหนึ่ง การที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในงานมีสัดส่วนสูงกว่าคนไทย สะท้อนว่าเทศกาลสงกรานต์ไม่ได้เป็นเพียงประเพณีท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมภายในประเทศเท่านั้น แต่กำลังได้รับการจดจำในฐานะ “เทศกาลระดับโลก” ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากตลาดต่างประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ททท. ระบุว่า เม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 448 ล้านบาท มาจากการใช้จ่ายภายในพื้นที่จัดงานประมาณ 85.3 ล้านบาท และการใช้จ่ายในพื้นที่โดยรอบ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่เกี่ยวเนื่องอีก 362.8 ล้านบาท สะท้อนว่าการจัดงานเทศกาลขนาดใหญ่สามารถส่งต่ออานิสงส์ไปยังธุรกิจหลายภาคส่วน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การเดินทาง ค้าปลีก และบริการในพื้นที่เมืองได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในมุมของเศรษฐกิจท่องเที่ยว ตัวเลขดังกล่าวตอกย้ำว่า “เทศกาล” กำลังทำหน้าที่มากกว่าเครื่องมือส่งเสริมการเดินทางระยะสั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ กระจายเม็ดเงิน และยกระดับมูลค่าของทุนวัฒนธรรมไทยให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ

ตลอดการจัดงานทั้ง 5 วัน กิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ การแสดงโดรนกว่า 1,200 ลำ ซึ่งสร้างสีสันเหนือท้องฟ้าสวนเบญจกิติผ่านการเล่าเรื่องความงดงามของสงกรานต์ไทยในรูปแบบร่วมสมัย ขณะที่โซนลานเล่นน้ำ คอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง รวมถึงกิจกรรมการละเล่นและการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ต่างเป็นองค์ประกอบที่ช่วยยกระดับบรรยากาศของงานให้ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ

ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงความคึกคักของเทศกาล แต่เป็นการผสมผสานระหว่าง “วัฒนธรรมดั้งเดิม” กับ “ประสบการณ์ร่วมสมัย” ซึ่งกำลังกลายเป็นสูตรสำคัญในการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้เข้าถึงผู้ชมระดับนานาชาติได้มากขึ้น

ผู้ว่าการ ททท. ยังระบุด้วยว่า หลังจากนี้ ททท. จะเดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษา momentum ของการเดินทาง โดยยังคงให้น้ำหนักกับแนวคิด “Value over Volume” ภายใต้กรอบ The New Thailand ที่มุ่งเน้นการเพิ่มคุณค่า ประสบการณ์ และคุณภาพของนักท่องเที่ยว เพื่อผลักดันประเทศไทยไปสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวคุณภาพอย่างยั่งยืน

นอกจากงานหลักที่สวนเบญจกิติแล้ว ททท. ยังต่อยอดบรรยากาศแห่งเทศกาลผ่านกิจกรรม “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวันจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 10.00-20.00 น. ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร โดยนำเสนอประติมากรรม 6 ชิ้นจากศิลปินและคาแรกเตอร์ชื่อดัง อาทิ Cry Baby, Mamuang, 2CHOEY, POORBOY และ TOMATO TWINS เพื่อสร้างแลนด์มาร์กศิลปะกลางเมืองรับกระแสสงกรานต์

ขณะเดียวกัน บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองยังเดินหน้าต่อในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ วันไหลบางแสน วันที่ 16-17 เมษายน 2569, สงกรานต์บางพระ วันที่ 17-18 เมษายน 2569, วันไหลพัทยา วันที่ 17-19 เมษายน 2569, วันไหลเกาะช้าง วันที่ 19-21 เมษายน 2569 และ สงกรานต์พระประแดง วันที่ 24-26 เมษายน 2569 ซึ่งล้วนเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระจายการเดินทางและเม็ดเงินสู่ภูมิภาคได้ต่อเนื่อง

ในภาพใหญ่ ความสำเร็จของ Maha Songkran World Water Festival 2026 จึงไม่ใช่เพียงความสำเร็จของการจัดงานอีเวนต์หนึ่งครั้ง แต่เป็นสัญญาณว่าไทยยังมีศักยภาพสูงในการใช้ “เทศกาล” เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างภาพลักษณ์ประเทศ และต่อยอดทุนวัฒนธรรมไปสู่มูลค่าใหม่ในเวทีโลก

Related post