ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งแรง นักลงทุนเทขายหุ้นเทคหวั่นเศรษฐกิจชะลอ ดาวโจนส์ปิดลบกว่า 500 จุด

 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งแรง นักลงทุนเทขายหุ้นเทคหวั่นเศรษฐกิจชะลอ ดาวโจนส์ปิดลบกว่า 500 จุด

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งแรง นักลงทุนเทขายหุ้นเทคหวั่นเศรษฐกิจชะลอ ดาวโจนส์ปิดลบกว่า 500 จุด

เศรษฐกิจโลก | วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมา (5 ก.พ.) ในแดนลบถ้วนหน้า ท่ามกลางแรงเทขายอย่างหนักจากนักลงทุนที่กังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่อาจล่าช้ากว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีที่ปรับฐานลงอย่างรุนแรง

ดัชนีสำคัญทั้งสามของตลาดสหรัฐฯ ปิดตลาดในแดนลบ ดังนี้:

  • ดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average) ร่วง 592 จุด หรือ -1.20% ปิดที่ 38,380 จุด
  • แนสแด็ก (Nasdaq Composite) ดัชนีกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี ปรับลดลงกว่า -1.59%
  • S&P 500 ลดลง -1.23% ปิดที่ระดับ 4,890 จุด

การปรับตัวลงในครั้งนี้ สะท้อนถึงภาวะ Risk-Off ของนักลงทุนทั่วโลกที่เริ่มกลับมาระมัดระวังมากขึ้นต่อปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค

หุ้นเทคร่วงนำตลาด จากความกังวลด้านมูลค่าและแนวโน้มผลประกอบการ

หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งเป็นกลุ่มนำตลาดในปีที่ผ่านมา กลับกลายเป็นเป้าหมายของแรงขายในรอบนี้ โดยหุ้นใหญ่อย่าง Apple, Microsoft, Nvidia และ Meta ต่างปรับตัวลงอย่างชัดเจน หลังจากราคาหุ้นก่อนหน้านี้ปรับขึ้นแรงจนเริ่มมีคำถามถึง “มูลค่าที่เหมาะสม”

นักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่า การที่ตลาดแรงงานสหรัฐยังแข็งแกร่ง อาจทำให้ Fed ยังไม่ลดดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมยังอยู่ในระดับสูงต่อไป ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อบริษัทเทคโนโลยีที่ต้องพึ่งพาแหล่งทุนจำนวนมากเพื่อขยายกิจการ

สินทรัพย์เสี่ยงถูกเทขายทั่วกระดาน

นอกจากหุ้นแล้ว สินทรัพย์อื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงสูงอย่าง บิตคอยน์ (Bitcoin) และโลหะมีค่า เช่น ทองคำและเงิน ต่างก็ถูกเทขายตามไปด้วย สะท้อนภาพรวมตลาดที่เข้าสู่โหมด “หนีความเสี่ยง” อย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน ดัชนีวัดความผันผวนของตลาดอย่าง VIX Index ก็ปรับตัวสูงขึ้นเหนือระดับ 15 จุด เป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ บ่งชี้ถึงภาวะความไม่แน่นอนที่เริ่มกลับมาอีกครั้งในตลาดโลก

ตลาดจับตาท่าทีเฟดและข้อมูลเงินเฟ้อรอบใหม่

นักลงทุนยังคงจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งจะเปิดเผยในสัปดาห์หน้า หากตัวเลขยังสูงกว่าคาด อาจเพิ่มแรงกดดันต่อ Fed ในการชะลอการลดดอกเบี้ยออกไป

ด้านนักกลยุทธ์จากหลายสถาบันชี้ว่า ตลาดกำลังอยู่ในช่วงของ “การปรับความคาดหวัง (Repricing of Expectations)”มากกว่าการตื่นตระหนก ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นระยะในช่วงเปลี่ยนผ่านของนโยบายการเงิน

คำแนะนำสำหรับนักลงทุนมือใหม่

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้นักลงทุนมือใหม่ไม่ตัดสินใจด้วยความกลัวในระยะสั้น โดยควร:

  • ทบทวนเป้าหมายการลงทุน และแนวทางที่เหมาะสมกับตนเอง
  • ติดตามปัจจัยพื้นฐานของหุ้นที่ถือ แทนการขายเพราะความตกใจ
  • หากลงทุนระยะยาวหรือแบบ DCA ให้ถือโอกาสนี้ทบทวนพอร์ต และเพิ่มน้ำหนักในสินทรัพย์คุณภาพดีที่ราคาปรับลด

แม้การปรับฐานของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้จะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับนักลงทุนทั่วโลก แต่ก็ถือเป็นการตอบสนองต่อข้อมูลใหม่ด้านเศรษฐกิจที่ตลาดยังอยู่ระหว่างการประเมิน โดยยังไม่พบสัญญาณของวิกฤตเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน

การลงทุนในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นนี้ จึงต้องอาศัยความมีวินัยและข้อมูลรอบด้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจโดยใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล

Related post