ไทยในเกมแร่หายาก กับบทบาทใหม่ในสมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์โลก
ไทยในเกมแร่หายาก กับบทบาทใหม่ในสมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์โลก
โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ-ภูมิรัฐศาสตร์
แร่หายาก (Rare Earth Elements – REEs): อาวุธลับแห่งยุคเทคโนโลยี และเกมท้าทายอำนาจเดิม
ในโลกที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน แร่หายาก (REEs) ได้กลายเป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์ที่มหาอำนาจไม่อาจมองข้าม ทั้งสำหรับการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงระบบอาวุธขั้นสูง
แม้ REEs จะไม่ใช่แร่ที่หายากในธรรมชาติ แต่การกลั่นให้บริสุทธิ์นั้นต้องอาศัยเทคโนโลยีระดับสูงและควบคุมด้วยระบบนิเวศน์ที่เปราะบาง ปัจจุบันจีนครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 85% ในการกลั่นและแปรรูป REEs ของโลก สหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกจึงเร่งเดินหน้าหาแหล่งผลิตใหม่เพื่อกระจายความเสี่ยง
ไทย-สหรัฐลงนาม MOU 26 ต.ค. 2025: ข้อตกลงที่ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ แต่คือเดิมพันเชิงอำนาจ
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ไทยและสหรัฐฯ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการเสริมสร้างความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก และส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมแร่เชิงยุทธศาสตร์
พิธีลงนามจัดขึ้นที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมีนายกรัฐมนตรีไทย อนุทิน ชาญวีรกูล และประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าสหรัฐฯ กำลังมองไทยในฐานะพันธมิตรหลักในการออกแบบแผนกระจายอำนาจการควบคุมทรัพยากรโลกออกจากจีน
รับลมคมหรือโอกาสใหม่? เมื่อทรัพยากรกลายเป็นหมากลึกในเกมอำนาจ
สิ่งที่ควรจับตามองไม่ใช่เพียงว่า “ไทยจะได้อะไร” แต่ต้องถามให้ลึกว่า “ไทยจะเสียอะไร” ในเกมที่กำลังจะถูกเล่นบนทรัพยากรใต้ดินของเรา
- การเปิดประเทศเป็นแหล่ง REEs สำรอง แม้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่ก็อาจเปิดช่องให้นักลงทุนต่างชาติเข้าถือครองสิทธิการผลิตในรูปแบบที่ซับซ้อน
- ข้อผูกพันในเชิงยุทธศาสตร์ การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ REEs ที่อิงฝั่งตะวันตกอาจทำให้ไทยต้องแบกรับภาระทางการเมืองในกรณีที่เกิดความขัดแย้งกับจีนในอนาคต
- การควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมกลั่นแร่หายากมีปัญหาขยะพิษและการปนเปื้อนโลหะหนัก หากภาครัฐไม่มีกรอบควบคุมที่ชัดเจน ไทยอาจกลายเป็น “ลานทิ้งสารพิษ” แห่งใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทางแยกของนโยบาย ที่ต้องใช้สมดุลมากกว่าวาทกรรม
ข้อตกลงไทย-สหรัฐเรื่องแร่หายาก อาจดูเผินๆ ว่าเป็นเพียงความร่วมมือเศรษฐกิจ แต่ในเชิงลึกแล้วนี่คือการจัดวางตำแหน่งประเทศไทยในกระดานภูมิรัฐศาสตร์โลกใหม่
หากไทยไม่มีนโยบายที่ชัดเจนและกลไกตรวจสอบการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของชาติ ไทยอาจได้เพียง “เศษเสี้ยวทางเศรษฐกิจ” แต่ต้องจ่าย “ต้นทุนทางอธิปไตย” ที่แพงเกินคาดคิด
บทเรียนที่แท้จริงคือ ในสงครามแห่งทรัพยากร ผู้ที่รอดไม่ใช่ผู้มีของมากที่สุด แต่คือผู้ที่รู้จักตั้งเงื่อนไขกับผู้เล่นทุกฝ่ายอย่างมียุทธศาสตร์

