COCOCO ไฟเขียวปันผล 0.12 บาท ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 25-30% รุกขยายธุรกิจมะพร้าวสู่ตลาดโลก

 COCOCO ไฟเขียวปันผล 0.12 บาท ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 25-30% รุกขยายธุรกิจมะพร้าวสู่ตลาดโลก

COCOCO ประชุมผู้ถือหุ้นปี 2569 อนุมัติทุกวาระ ไฟเขียวจ่ายปันผลหุ้นละ 0.12 บาท ขึ้น XD 5 พ.ค. 2569 ตั้งเป้ารายได้โต 25-30% เดินหน้าขยายธุรกิจมะพร้าวและอาหารสัตว์เลี้ยงสู่ตลาดโลก

บมจ.ไทย โคโคนัท หรือ COCOCO ประชุมผู้ถือหุ้นปี 2569 อนุมัติทุกวาระ พร้อมจ่ายปันผลหุ้นละ 0.12 บาท ขึ้น XD วันที่ 5 พ.ค. 2569 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 25-30% เดินหน้าขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์มะพร้าว อาหารสัตว์เลี้ยง และขนมหวานแช่แข็ง รองรับดีมานด์ตลาดโลก

บริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-AGM เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569 โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติทุกวาระตามที่คณะกรรมการบริษัทเสนอ พร้อมรับทราบผลการดำเนินงานประจำปี 2568

การประชุมดังกล่าวนำโดย ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ ประธานกรรมการบริษัท และ ดร.วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัท โดยหนึ่งในวาระสำคัญ คือ การอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา หุ้นละ 0.12 บาท

บริษัทกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล หรือ Record Date วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 25-30%

ดร.วรวัฒน์ เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 25-30% โดยมุ่งสร้างรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน จากการเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวและผลไม้ที่มีความหลากหลาย ภายใต้มาตรฐานสากล และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุน การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการรักษาความสามารถในการทำกำไรระยะยาว ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานลูกค้าทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ แนวโน้มความต้องการผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวในตลาดโลกยังมีทิศทางเพิ่มขึ้น สะท้อนโอกาสการเติบโตของ COCOCO ในฐานะผู้ประกอบการที่มีฐานการผลิตและช่องทางจำหน่ายครอบคลุมหลายตลาด

ชูจุดแข็ง R&D คุมคุณภาพตั้งแต่วัตถุดิบถึงส่งมอบ

ดร.วรวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทมีทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ R&D เพื่อคิดค้นสูตรการผลิตสินค้าเอง รวมถึงร่วมพัฒนาและปรับปรุงสูตรกับลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบหลัก ได้แก่ เนื้อมะพร้าวขาวและน้ำมะพร้าว การขนส่งวัตถุดิบเข้าสู่โรงงาน กระบวนการผลิตที่ปลอดภัยและปลอดเชื้อ การจัดเก็บสินค้าสำเร็จรูป การบรรจุหีบห่อ ไปจนถึงการจัดส่งสินค้าให้ตรงตามคุณภาพและเวลาที่ลูกค้าต้องการ

แนวทางดังกล่าวถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าระดับสากล และช่วยเสริมความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในตลาดผลิตภัณฑ์มะพร้าวและผลไม้แปรรูป ซึ่งมีการแข่งขันสูงและต้องอาศัยมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด

เดินหน้าต่อยอด 3 บริษัทย่อย ขยายพอร์ตธุรกิจ

ปัจจุบัน COCOCO มีบริษัทย่อย 3 แห่ง เพื่อสนับสนุนการเติบโตในหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่

บริษัท ไทย ออซัม จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยงสำหรับสุนัขและแมวจากวัตถุดิบคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ Moochie, Munnchie และ VetMoo+ โดยมุ่งเน้นอาหารเพื่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง ผ่านการใช้นวัตกรรมการผลิตที่หลากหลาย

บริษัท ไทย พรีเมียม สตรีท ฟู้ด จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไอศกรีมจากผลไม้ไทย และขนมหวานไทยแช่แข็ง ภายใต้แบรนด์ Thai Coco, Coco Buri และ SALA รวมถึงรับผลิตสินค้าให้แก่ลูกค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า หรือ OEM

ขณะที่ NOVOCOCONUT INC. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวและผลไม้ เช่น กะทิกระป๋อง กะทิพาสเจอร์ไรส์ น้ำมะพร้าว น้ำมะพร้าวบรรจุกระป๋อง น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น และขนมมะพร้าว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิต รองรับคำสั่งซื้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ขับเคลื่อนความยั่งยืน มุ่ง Net Zero

นอกจากการขยายธุรกิจแล้ว COCOCO ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการผลิต การจัดซื้อ การบริหารจัดการทรัพยากร และการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยบริษัทมุ่งพัฒนากระบวนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ และสนับสนุนคู่ค้าอย่างยั่งยืน

บริษัทตั้งเป้าเป็นผู้ผลิตที่เติบโตควบคู่กับสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมาย Net Zero โดยให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสะอาด การบริหารจัดการทรัพยากร การดูแลพนักงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน การดำเนินกิจกรรม CSR และการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี

นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการสนับสนุนงานวิจัยด้านการกักเก็บคาร์บอน เพื่อยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

มุมมองการลงทุน

สำหรับนักลงทุน หุ้น COCOCO ยังคงเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีจุดเด่นด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์มะพร้าวและผลไม้แปรรูปสู่ตลาดโลก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเป้าหมายรายได้ปี 2569 ที่เติบโต 25-30% การจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง การขยายกำลังการผลิตผ่านบริษัทย่อย และการต่อยอดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง ไอศกรีม ขนมหวานแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์มะพร้าวในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการบริหารต้นทุน วัตถุดิบ อัตราแลกเปลี่ยน ความต้องการในตลาดส่งออก และอัตรากำไรในระยะถัดไป ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการของบริษัทในปี 2569

Related post