เศรษฐกิจไทยโต 2.8% แต่ครึ่งปีหลังยังเสี่ยง “น้ำมัน-เงินเฟ้อ-ท่องเที่ยว” กดดันกำลังซื้อ

 เศรษฐกิจไทยโต 2.8% แต่ครึ่งปีหลังยังเสี่ยง “น้ำมัน-เงินเฟ้อ-ท่องเที่ยว” กดดันกำลังซื้อ

เศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2569 โต 2.8% แต่ ธปท.คาดทั้งปีโต 1.5% จับตาความเสี่ยงราคาพลังงาน เงินเฟ้อโลก ท่องเที่ยว และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

GDP ไทยไตรมาสแรกขยายตัวดีกว่าคาด แต่ภาพรวมทั้งปียังเปราะบาง ธปท.คาดเศรษฐกิจปี 2569 โต 1.5% ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มกลับมากดดันตามราคาพลังงานโลก

เศรษฐกิจไทยเริ่มต้นปี 2569 ด้วยสัญญาณบวก หลังผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนแรงหนุนจากกิจกรรมเศรษฐกิจภายในประเทศ การส่งออก และภาคบริการที่ยังเดินหน้าได้ต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข GDP ไตรมาสแรกที่ออกมาดีกว่าคาด ยังไม่อาจสรุปได้ว่าเศรษฐกิจไทยพ้นจากภาวะเปราะบางแล้ว เพราะธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 1.5% และปี 2570 ขยายตัว 2.0% ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.9% ก่อนชะลอลงเหลือ 1.5% ในปี 2570  

ไฮไลต์สำคัญ:
เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวแบบระมัดระวัง ตัวเลขไตรมาสแรกเป็นสัญญาณบวก แต่ครึ่งปีหลังยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

เงินเฟ้อมีแนวโน้มขยับขึ้นตามพลังงานโลก

ประเด็นที่ต้องจับตาในช่วงที่เหลือของปีคือทิศทางเงินเฟ้อ โดยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 2/2569 ระบุว่า เงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 2.9% ในปี 2569 จากที่ติดลบ 0.5% ในไตรมาสแรกของปี โดยแรงกดดันหลักมาจากราคาพลังงานโลกและการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้าและบริการ  

สำหรับเศรษฐกิจไทยซึ่งเป็นประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิ ความผันผวนของราคาน้ำมันไม่ใช่เพียงประเด็นในตลาดโลก แต่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขนส่ง ค่าไฟฟ้า ต้นทุนการผลิต และค่าครองชีพของประชาชน

ประเด็นที่ต้องติดตาม:
หากราคาพลังงานปรับตัวสูงต่อเนื่อง เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน คือ การเติบโตที่ยังไม่สูง และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น

เศรษฐกิจโลกโตช้าลง เพิ่มแรงกดดันต่อไทย

ด้านเศรษฐกิจโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ประเมินในรายงาน World Economic Outlook เดือนเมษายน 2569 ว่า ภายใต้สมมติฐานว่าความขัดแย้งยังจำกัดวง เศรษฐกิจโลกปี 2569 จะขยายตัว 3.1% และปี 2570 ขยายตัว 3.2% โดย IMF ระบุว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากสงครามในตะวันออกกลาง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น เงินเฟ้อ และภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้น  

IMF ยังเตือนว่า ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกยังเอียงไปทางด้านลบ โดยเฉพาะหากความขัดแย้งยืดเยื้อ ภูมิรัฐศาสตร์แยกขั้วมากขึ้น หรือความตึงเครียดทางการค้ากลับมารุนแรงอีกครั้ง  

สำหรับไทย ความเสี่ยงเหล่านี้อาจส่งผ่านมายังการส่งออก ต้นทุนภาคธุรกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และกำลังซื้อของครัวเรือน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจไทยยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ

ไฮไลต์สำคัญ:
เศรษฐกิจไทยไม่ได้เผชิญเพียงโจทย์ภายในประเทศ แต่ต้องรับแรงกระแทกจากโลกที่ต้นทุนสูงขึ้น การค้าเปลี่ยนทิศ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น

ท่องเที่ยวยังเป็นเครื่องยนต์หลัก แต่โจทย์ไม่ใช่แค่จำนวนคน

ภาคท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ โดยข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่มีการรายงานผ่านสื่อเศรษฐกิจ ระบุว่า ช่วงวันที่ 1 มกราคม–26 เมษายน 2569 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมประมาณ 11.36 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 5.55 แสนล้านบาท  

แม้ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าภาคท่องเที่ยวยังเป็นฐานรายได้สำคัญของประเทศ แต่ความท้าทายอยู่ที่การเพิ่มรายได้ต่อหัว การกระจายรายได้สู่เมืองรอง และการทำให้ธุรกิจรายย่อยได้รับประโยชน์มากขึ้น ไม่ใช่พึ่งพาเพียงจำนวนผู้เดินทางเข้าไทย

ประเด็นเชิงนโยบาย:
ท่องเที่ยวไทยต้องขยับจากการแข่งด้านปริมาณ ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม ทั้งด้านประสบการณ์ คุณภาพบริการ และการกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่น

รัฐต้องประคองเศรษฐกิจ แต่ต้องไม่สร้างภาระระยะยาว

ภายใต้ภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการประคองกำลังซื้อ ลดผลกระทบค่าครองชีพ และสนับสนุนภาคธุรกิจที่ได้รับแรงกดดันจากต้นทุน

อย่างไรก็ตาม มาตรการเศรษฐกิจในระยะต่อไปจำเป็นต้องมีเป้าหมายชัดเจน ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ช่วยเพิ่มศักยภาพระยะยาว เช่น โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัล ทักษะแรงงาน อุตสาหกรรมใหม่ และการยกระดับผู้ประกอบการไทย

เพราะหากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเน้นเพียงการเพิ่มกำลังซื้อระยะสั้น โดยไม่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เศรษฐกิจไทยอาจกลับเข้าสู่วงจรเดิม คือ โตช้า พึ่งพาปัจจัยภายนอก และเปราะบางต่อวิกฤตรอบใหม่

บทวิเคราะห์: ตัวเลขดี แต่ยังไม่ใช่เวลาประมาท

GDP ไตรมาสแรกที่ขยายตัว 2.8% เป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจไทย แต่ภาพรวมทั้งปียังต้องเผชิญความไม่แน่นอนหลายด้าน ทั้งราคาพลังงาน เงินเฟ้อ การท่องเที่ยว การส่งออก และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว

สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงว่าเศรษฐกิจไทยจะโตได้เท่าไรในปีนี้ แต่คือไทยจะสามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแรงและยั่งยืนได้มากแค่ไหนในโลกที่เปลี่ยนเร็วกว่าเดิม

ในระยะสั้น รัฐบาลอาจต้องใช้มาตรการประคองเศรษฐกิจอย่างระมัดระวัง แต่ในระยะกลางถึงยาว ประเทศไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาเครื่องยนต์เดิม และสร้างฐานรายได้ใหม่ที่แข่งขันได้จริง

เพราะในโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ ประเทศที่อยู่รอดไม่ใช่ประเทศที่รอให้วิกฤตผ่านไป แต่คือประเทศที่ปรับตัวได้เร็วกว่าวิกฤต

Related post