“ฐิติพงค์” ปั้นพรีคาสท์แสนสิริชิงเค้ก 1.41 ล้านล้าน พลิกเกมก่อสร้าง รุก B2B ดันรายได้แตะ 200 ล้าน
“ฐิติพงค์” ปั้นพรีคาสท์แสนสิริชิงเค้ก 1.41 ล้านล้าน พลิกเกมก่อสร้าง รุก B2B ดันรายได้แตะ 200 ล้าน
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เร่งเครื่องธุรกิจ “พรีคาสท์” (Precast) หรือแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป พลิกบทบาทจากการใช้ภายในองค์กร สู่การรุกตลาดผู้ประกอบการ (B2B) เต็มรูปแบบ รับจังหวะอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยที่มีมูลค่าสูงถึง 1.41 ล้านล้านบาท พร้อมตั้งเป้าดันรายได้แตะ 200 ล้านบาทในปี 2569
ฐิติพงค์ มงคลปทุมรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส โรงงานผลิตแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป ระบุว่า ภาพรวมภาคก่อสร้างกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนแรงงานที่ผันผวน และปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือ ส่งผลให้ระบบพรีคาสท์กลายเป็นทางเลือกสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุนโครงการ
“แสนสิริมีประสบการณ์พรีคาสท์มากว่า 15 ปี และมีโรงงาน 6 แห่งในปทุมธานี กำลังการผลิตรวม 5,000 ยูนิตต่อปี เราพร้อมเปิดศักยภาพนี้สู่ตลาดภายนอกอย่างจริงจัง” ฐิติพงค์กล่าว
ปลดล็อก SME ชู “ไม่มีขั้นต่ำ” เร่งสปีดก่อสร้าง
บริษัทวางตำแหน่งธุรกิจใหม่เป็น One-Stop Precast Solution ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการให้คำปรึกษาโครงการ โดยเน้นกลุ่มผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็ก (SME)
จุดขายสำคัญคือการผลิตแบบ Mass Customization ที่ไม่มีข้อกำหนดขั้นต่ำในการสั่งผลิต (No Minimum Order) ช่วยลดภาระเงินลงทุนล่วงหน้า และเพิ่มความคล่องตัวด้านกระแสเงินสด
ขณะเดียวกัน ระบบพรีคาสท์ยังช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างลง 40-50% จากเดิม 6-8 เดือน เหลือเพียง 3-5 เดือน ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถเร่งโอนกรรมสิทธิ์และรับรู้รายได้ได้เร็วขึ้น
บริษัทอยู่ระหว่างการผนึกพันธมิตรกับสถาบันการเงิน เพื่อสนับสนุนสภาพคล่องและโซลูชันทางการเงินให้กับผู้พัฒนาโครงการ โดยเฉพาะกลุ่มรายใหม่ พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การวิเคราะห์ศักยภาพที่ดิน ไปจนถึงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ
ในเชิงพื้นที่ แสนสิริเตรียมขยายตลาดไปยังหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ชลบุรี พัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต รองรับดีมานด์โครงการที่อยู่อาศัยและการท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง


ดัน Green Precast รับเกม ESG วิจัย “กราฟีน” ยกระดับวัสดุ
อีกหนึ่งแกนยุทธศาสตร์คือการพัฒนา Green Precast Factory รองรับแนวโน้มก่อสร้างยั่งยืน (Green Construction) ซึ่งเริ่มมีผลต่อการแข่งขันและการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
แสนสิรินำปูนคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Concrete) และระบบรีไซเคิลมาใช้ในกระบวนการผลิต ลดของเสียได้ถึง 98% และช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ราว 120,000 ตันต่อปี
พร้อมกันนี้ ยังร่วมวิจัยกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พัฒนาพรีคาสท์ผสม “กราฟีน” เพื่อเพิ่มคุณสมบัติการสะท้อนความร้อน ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาเชิงเทคโนโลยี
รุกต้นน้ำ “คุมต้นทุน-สร้างรายได้ใหม่”
การขยับเข้าสู่ธุรกิจพรีคาสท์ของแสนสิริ สะท้อนการปรับเกมจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่ผู้ให้บริการโซลูชันก่อสร้างครบวงจร
แม้เป้ารายได้ 200 ล้านบาท ยังถือเป็นสัดส่วนไม่สูงเมื่อเทียบกับรายได้รวม แต่ในระยะยาว ธุรกิจนี้มีศักยภาพต่อยอดสู่รายได้จากลูกค้า B2B และช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมต้นทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า ตลาดพรีคาสท์ไทยยังมีผู้เล่นแบบครบวงจรไม่มาก ทำให้ผู้ที่มีศักยภาพด้านการผลิตและเทคโนโลยี อาจได้เปรียบในระยะถัดไป

ทั้งนี้ บริษัทเตรียมนำบริการ Sansiri Precast Solution เปิดตัวในงาน งานสถาปนิก ’69 เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มองค์กร

