พันธุ์ไทยจับมือซับเวย์ เปิดเกม Hybrid Store นำร่อง QSNCC ปูทาง 15 สาขาภายในปี 2569
พันธุ์ไทยจับมือซับเวย์ เปิดเกม Hybrid Store นำร่อง QSNCC ปูทาง 15 สาขาภายในปี 2569
“Local Coffee Brand” ผนึก “Global Sandwich Chain” เดินหน้ากลยุทธ์ Co-location รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ “กาแฟพันธุ์ไทย” จับมือ “ซับเวย์” เปิดร้านรูปแบบ Hybrid Store ในพื้นที่เดียวกัน นำร่องสาขาแรกที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งเป้าขยาย 15 สาขาภายในปี 2569 คาดดันทราฟฟิกเข้าร้านโต 20% และเพิ่มยอดใช้จ่ายต่อบิล 25%
บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด แบรนด์กาแฟชั้นนำของไทย และ บริษัท โกลัค จำกัด ผู้ดำเนินการมาสเตอร์แฟรนไชส์ซับเวย์ในประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เปิดร้านแบบ Co-location ภายใต้โมเดล Hybrid Store ด้วยการนำร้านกาแฟพันธุ์ไทยและร้านซับเวย์มาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความสะดวก รวดเร็ว และประสบการณ์อาหาร-เครื่องดื่มแบบครบวงจรในจุดเดียว
ความร่วมมือครั้งนี้เริ่มต้นด้วยสาขานำร่องแห่งแรกที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ก่อนวางแผนขยายสาขารูปแบบคู่กันสู่ทำเลยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะย่าน CBD รวม 15 สาขาภายในปี 2569 พร้อมประเมินว่าโมเดลดังกล่าวจะช่วยเพิ่ม Trafficภายในร้านมากกว่า 20% และผลักดัน ยอดเฉลี่ยต่อบิล เพิ่มขึ้นกว่า 25%

ปั้น Ecosystem อาหารและเครื่องดื่ม รับไลฟ์สไตล์คนเมือง
คุณสุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัทไม่ได้มองบทบาทของแบรนด์เป็นเพียงร้านกาแฟอีกต่อไป แต่กำลังเดินหน้าสร้าง Ecosystem ของอาหารและเครื่องดื่ม ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น
การจับมือกับซับเวย์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแชร์พื้นที่ขาย แต่เป็นการออกแบบประสบการณ์ใหม่ผ่านการเชื่อมโยงพฤติกรรมของลูกค้าทั้งสองแบรนด์เข้าหากัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเข้าถึงแบรนด์ที่อาจยังไม่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้น ทดลองสินค้าใหม่ได้สะดวกขึ้น และช่วยขยายฐานลูกค้าร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม
ในมุมของพันธุ์ไทย ซับเวย์เข้ามาเติมเต็มความต้องการด้านอาหารจานหลักและทางเลือกเพื่อสุขภาพ ขณะที่พันธุ์ไทยสนับสนุนประสบการณ์ด้านเครื่องดื่มและช่วงเวลาพักผ่อน ทำให้พื้นที่เดียวสามารถรองรับทั้งการนั่งรับประทานอาหาร การพบปะ และการใช้ชีวิตระหว่างวันได้ครบมากขึ้น
ผู้บริหารพันธุ์ไทยยังมองว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับแบรนด์ไทยให้สามารถยืนเคียงข้างแบรนด์ระดับโลกได้อย่างแข็งแรง และสะท้อนศักยภาพของแบรนด์ท้องถิ่นไทยในเวทีสากล
ซับเวย์เร่งขยายฐานลูกค้าไทย ผ่านกลยุทธ์ Co-location
ด้านคุณเพชรัตน์ อุทัยสาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลัค จำกัด ผู้ดำเนินการมาสเตอร์แฟรนไชส์ซับเวย์ในประเทศไทย กล่าวว่า ซับเวย์มีพันธกิจสำคัญในการขยายการเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทย และมองว่ากลยุทธ์ Co-location คือหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการสร้างการเติบโตระยะต่อไป
ความร่วมมือกับพันธุ์ไทยช่วยสร้าง Traffic Sharing ระหว่างสองแบรนด์ และนำไปสู่ Hybrid Store Concept รูปแบบใหม่ที่ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าได้มากกว่าการดำเนินธุรกิจแบบแยกส่วน โดยซับเวย์สามารถเข้าถึงทั้งกลุ่มลูกค้าที่มองหาอาหารหลักในชีวิตประจำวัน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คุ้นเคยกับแบรนด์อยู่แล้ว ขณะที่พันธุ์ไทยมีฐานลูกค้าที่แข็งแรงในตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มประจำวัน
การผสานจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์จึงทำให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ที่ครบยิ่งขึ้น ตั้งแต่การซื้ออาหารมื้อหลัก เครื่องดื่ม ไปจนถึงการใช้ร้านเป็นพื้นที่พักผ่อนหรือ Grab & Go ในช่วงเวลาเร่งรีบ
ตอบโจทย์ “One Stop Meal Experience” ในร้านเดียว
โมเดลใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับหลายช่วงเวลาของวัน ตั้งแต่มื้อเช้าแบบเบา ๆ มื้อกลางวันที่ต้องการความรวดเร็ว มื้อก่อนประชุม ไปจนถึงมื้อเย็นสำหรับผู้บริโภคที่มองหาตัวเลือกอาหารและเครื่องดื่มที่สมดุลมากขึ้น เช่น แซนด์วิชพร้อมผักสด หรือเครื่องดื่มอย่างกาแฟและมัทฉะ
นอกจากนี้ ทั้งสองแบรนด์ยังเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคผ่านสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก Max Card Plus และ EV ที่สามารถใช้ส่วนลดและสะสมแต้มได้กับทั้ง 2 แบรนด์ ช่วยกระตุ้นการกลับมาใช้บริการซ้ำ และสนับสนุนการสร้างฐานลูกค้าระยะยาว


เกมรุกใหม่ของตลาด QSR และคาเฟ่ไทย
ในเชิงกลยุทธ์ ความร่วมมือระหว่างพันธุ์ไทยและซับเวย์สะท้อนทิศทางใหม่ของตลาดอาหารและเครื่องดื่ม ที่แบรนด์ไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะในหมวดหมู่เดิมของตัวเองอีกต่อไป แต่เริ่มมองหาโอกาสการเติบโตผ่าน Partnership Ecosystem และการออกแบบพื้นที่ค้าปลีกให้ตอบโจทย์ลูกค้าแบบครบวงจร
สำหรับพันธุ์ไทย ฐานลูกค้าขนาดใหญ่และความแข็งแรงในตลาดเครื่องดื่มจะเป็นแรงส่งสำคัญต่อการขยายการรับรู้และการเติบโตของซับเวย์ในไทย ขณะที่ซับเวย์ในฐานะหนึ่งในแบรนด์ QSR ระดับโลก ก็มีบทบาทในการเสริม Brand Equity ให้พันธุ์ไทย และช่วยดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพเข้าสู่ระบบนิเวศของแบรนด์มากขึ้น
ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดร้านร่วมกัน แต่เป็นการวางหมากธุรกิจเพื่อชิงพื้นที่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับทั้งความสะดวก คุณภาพ และประสบการณ์ในคราวเดียว


