AAI ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 7.6 พันล้าน รับตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโตต่อ ชูปันผลสูง-เร่งเพิ่มกำลังผลิต
AAI ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 แตะ 7.6 พันล้าน รับตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโตต่อ ชูปันผลสูง-เร่งเพิ่มกำลังผลิต
AAI วางเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 7,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ทำได้ 7,000 ล้านบาท รับแรงหนุนจากแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจ อาหารสัตว์เลี้ยง ทั้งในและต่างประเทศ แม้บริษัทยอมรับว่ายังต้องเผชิญแรงกดดันจาก ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเทียบเงินบาท และความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ขณะที่บอร์ดเตรียมเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติม ส่งผลให้ทั้งปีจ่ายรวม 0.3349 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราจ่ายปันผลสูงถึง 95.82%
นายเอกราช พรรณสังข์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจปี 2569 ยังมีปัจจัยหนุนจากความต้องการสินค้าในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดหลักอย่าง สหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งบริษัทยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้า ควบคู่กับการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพสัตว์เลี้ยงและสินค้า มูลค่าเพิ่มสูง มากขึ้น
เป้าหมายรายได้ปีนี้ แบ่งเป็นรายได้จาก กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง 6,800 ล้านบาท ซึ่งยังเป็นธุรกิจหลักของบริษัท และรายได้จาก กลุ่มอาหารพร้อมทาน 800 ล้านบาท โดยบริษัทจะเน้นพัฒนาสินค้าเจาะผู้บริโภคมากขึ้น ทั้งอาหารเพื่อสุขภาพ ข้าวผัด และเครื่องแกงไทย พร้อมบริหารต้นทุนการผลิตและวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับเหมาะสม
อีกปัจจัยสำคัญที่บริษัทคาดว่าจะช่วยหนุนประสิทธิภาพการดำเนินงานในปีนี้ คือการก่อสร้าง คลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 ซึ่งเตรียมเปิดใช้งานในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 รวมถึงแผนก่อสร้างอาคารผลิตหลังใหม่เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต สะท้อนทิศทางการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาวของธุรกิจ
อย่างไรก็ดี หากพิจารณาผลประกอบการปี 2568 จะพบว่าแม้รายได้ยังขยายตัว แต่กำไรสุทธิอ่อนตัวลง โดยบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 7,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 6,849 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 741 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,003 ล้านบาท
แรงกดดันหลักมาจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน หลัง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินบาท รวมถึงผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการ Reciprocal Tariff ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนยังต้องติดตามใกล้ชิดในปีนี้
โครงสร้างรายได้ของ AAI ยังคงพึ่งพาธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นหลัก โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 88% ของรายได้รวม สะท้อนว่าการเติบโตของบริษัทในระยะต่อจากนี้ยังผูกกับเทรนด์การบริโภคในตลาดสัตว์เลี้ยงเป็นสำคัญ ขณะที่กลยุทธ์การเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและขยายแบรนด์ในประเทศ จะเป็นอีกตัวแปรที่ช่วยลดความผันผวนจากตลาดส่งออกได้ในระยะยาว
ในมุมของผลตอบแทนผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดจากงวดครึ่งปีหลัง 2568 อีก 0.1318 บาทต่อหุ้น หากที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติ จะกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับปันผลในวันที่ 5 มีนาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ส่งผลให้ทั้งปีบริษัทจ่ายปันผลรวม 0.3349 บาทต่อหุ้น
จุดที่น่าสนใจคืออัตราการจ่ายปันผลดังกล่าวคิดเป็น 95.82% ของกำไรสุทธิ ถือเป็นระดับสูง สะท้อนความพยายามรักษาความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น ท่ามกลางปีที่บริษัทต้องรับมือกับแรงกดดันจากค่าเงินและความเสี่ยงภายนอก
นอกจากแผนธุรกิจและผลตอบแทนผู้ถือหุ้น AAI ยังเดินหน้าสร้างภาพลักษณ์องค์กรด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับรางวัล SET Awards 2025 ในกลุ่ม Business Excellence จำนวน 2 รางวัล และได้รับคัดเลือกอยู่ในกลุ่ม ESG 100 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมถึงได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับดีเลิศ หรือ 5 ดาว เป็นปีแรก
สำหรับมุมมองการลงทุน AAI ยังเป็นหุ้นที่น่าสนใจจากฐานธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยังเติบโต การเดินหน้าขยายกำลังการผลิต และอัตราปันผลในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงด้าน อัตราแลกเปลี่ยน และ นโยบายการค้าระหว่างประเทศ ยังเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจกดดันความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้น

