เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี จับตาประชุมเฟด สะเทือนตลาดเงินทั่วโลก

 เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี จับตาประชุมเฟด สะเทือนตลาดเงินทั่วโลก

เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี จับตาประชุมเฟด สะเทือนตลาดเงินทั่วโลก

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.40–32.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังจากปิดตลาดสัปดาห์ที่ผ่านมาในระดับ 31.72 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับต่ำสุดของสัปดาห์ที่ 32.12 บาท และแตะจุดแข็งค่าสุดในรอบกว่า 4 ปีที่ 31.58 บาท

การแข็งค่าของเงินบาทมีแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับเงินยูโร แม้ว่าจะยังแข็งค่าเทียบกับเงินเยนก็ตาม ทั้งนี้ ตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนสิงหาคมชะลอตัวลงกว่าคาด โดยลดลง 0.1% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปี ขณะเดียวกัน จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์พุ่งสูงขึ้น สะท้อนแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ย

ในฝั่งยุโรป ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.00% เป็นครั้งที่สองติดต่อกัน โดยประธาน ECB ระบุว่ากระบวนการลดลงของเงินเฟ้อ (Disinflationary Process) ได้สิ้นสุดลงแล้ว ซึ่งส่งสัญญาณว่าอาจต้องมีเงื่อนไขที่ชัดเจนกว่านี้ก่อนจะพิจารณาลดดอกเบี้ยในอนาคต

ด้านกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 2,103 ล้านบาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ซื้อสุทธิพันธบัตรไทยมูลค่าสูงถึง 10,187 ล้านบาท สะท้อนทิศทางการกระจายความเสี่ยงจากตลาดหุ้นเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้

ประชุมเฟดสัปดาห์นี้ตัวแปรสำคัญตลาดโลก

ปัจจัยสำคัญที่ตลาดทั่วโลกจับตาในสัปดาห์นี้คือ การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) วันที่ 16–17 กันยายน ซึ่งคาดว่าเฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยลง 25 จุดเบส (bps) มาอยู่ในกรอบ 4.00–4.25% ท่ามกลางข้อมูลที่ชี้ว่าต้นทุนภาษีนำเข้าถูกส่งผ่านสู่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าที่คาดไว้

ทั้งนี้ ตลาดแรงงานของสหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนแอลงตั้งแต่ก่อนการประกาศภาษีศุลกากรในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยตลาดยังคงรอดูประมาณการอัตราดอกเบี้ย (Dot Plot) ชุดใหม่ ซึ่งจะชี้ทิศทางของนโยบายการเงินในระยะกลางและระยะยาว

แม้ว่าตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงอีก 25 จุดในทุกการประชุมที่เหลือของปี 2568 และดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงต่ำกว่า 3.00% ในปี 2569 แต่หากเฟดส่งสัญญาณ “เร่งเครื่อง” ลดดอกเบี้ยเกินกว่าครั้งละ 25 จุด อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อค่าเงินและกระแสเงินทุนทั่วโลก

อังกฤษ-ญี่ปุ่นจ่อคงดอกเบี้ย นักลงทุนรอจับสัญญาณการเปลี่ยนทิศ

ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) เตรียมประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 18 และ 19 กันยายนตามลำดับ ซึ่งคาดว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.00% และ 0.50% ตามลำดับ โดยนักลงทุนจะจับตาท่าทีของทั้งสองธนาคารเกี่ยวกับจังหวะเวลาในการปรับเปลี่ยนนโยบายในอนาคต

Related post