เซ็นทรัลแล็บไทย 23 ปี จากห้องแล็บมาตรฐาน สู่กลไกยกระดับสินค้าไทยในยุค ESG
เซ็นทรัลแล็บไทยครบรอบ 23 ปี เดินหน้าบทบาทโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพประเทศ เชื่อมมาตรฐานสินค้าไทย ความปลอดภัยผู้บริโภค และความยั่งยืนทางสังคม ผ่านบริการทดสอบระดับสากลและโครงการ CSR ด้านคุณภาพน้ำ
ในวันที่มาตรฐานสินค้าไม่ได้เป็นเพียง “ใบรับรอง” แต่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ความปลอดภัยผู้บริโภค และความยั่งยืนของสังคม บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “เซ็นทรัลแล็บไทย” ใช้วาระครบรอบ 23 ปี ประกาศทิศทางใหม่ในการขับเคลื่อนบทบาทขององค์กร จากผู้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ สู่การเป็นกลไกสนับสนุน “ระบบนิเวศแห่งคุณภาพ” ของประเทศ
งานครบรอบ 23 ปี จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ณ อาคารศูนย์ฝึกอบรมและการประชุม สำนักงานใหญ่ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้แนวคิด “23 Years of Trust: Sustainable Standard, Sustainable Society” สะท้อนโจทย์สำคัญของภาคธุรกิจไทยในระยะต่อไป คือการยกระดับมาตรฐานสินค้าให้เชื่อมโยงกับความยั่งยืน ไม่ใช่เพียงเพื่อการส่งออกหรือการขาย แต่รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและคุณภาพชีวิตของสังคมโดยรวม
มาตรฐานสินค้าไทยกับโจทย์การแข่งขันยุคใหม่
ตลอด 23 ปีที่ผ่านมา เซ็นทรัลแล็บไทยมีบทบาทในฐานะห้องปฏิบัติการทดสอบมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 ให้บริการตรวจวิเคราะห์และทดสอบผลิตภัณฑ์ด้านเกษตร อาหาร อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม โดยมีเครือข่าย 6 สาขาครอบคลุมภูมิภาคหลักของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ ฉะเชิงเทรา สมุทรสาคร เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา
บทบาทดังกล่าวมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SME ต้องเผชิญแรงกดดันจากมาตรฐานตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตั้งแต่ความปลอดภัยอาหาร การตรวจสารตกค้าง คุณภาพสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่ถูกผนวกเข้ากับห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น
ภายในงานมีการนำเสนอผลงานของ 4 งานบริการหลักของเซ็นทรัลแล็บไทยในช่วงที่ผ่านมา พร้อมเวทีเสวนา “ยกระดับสินค้าท้องถิ่นสู่สากลด้วยวิถียั่งยืน” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการที่ใช้มาตรฐานเป็นเครื่องมือพัฒนาสินค้าเข้าร่วมจัดแสดง อาทิ กรีกโยเกิร์ตนมมะพร้าวบุญผลาโฮมเมด, Milkkin Whey Protein Snack, เบเกอรี่บ้านคุณมน และร้านหยิบกะหยอดขนมไทย
ประเด็นนี้สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่า “มาตรฐาน” กำลังกลายเป็นต้นทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กที่ต้องการขยายตลาดจากท้องถิ่นสู่ตลาดที่กว้างขึ้น
ดัน “Ecosystem of Quality” เชื่อมรัฐ เอกชน และผู้ประกอบการ
นายชาคริต เทียบเธียรรัตน์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า การสร้าง “ระบบนิเวศแห่งคุณภาพ” หรือ Ecosystem of Quality เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของพันธมิตรหลายภาคส่วนที่มีจุดแข็งแตกต่างกัน
สาระสำคัญของแนวคิดนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนการตรวจวิเคราะห์สินค้า แต่เป็นการทำให้มาตรฐานกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของความเชื่อมั่น ทั้งต่อผู้บริโภค ผู้ประกอบการ คู่ค้า และตลาดต่างประเทศ
นายชาคริตกล่าวว่า เซ็นทรัลแล็บไทยพร้อมทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ริเริ่มและผู้ประสานความร่วมมือ โดยใช้ความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และมาตรฐานระดับสากล สนับสนุนให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก พร้อมสร้างผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนกลับคืนสู่สังคมไทย
ในเชิงธุรกิจ การวางบทบาทดังกล่าวทำให้เซ็นทรัลแล็บไทยไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเพียง “ผู้ตรวจสอบปลายทาง” แต่ขยับเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพ หรือ Quality Infrastructure ซึ่งมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว




CSR ด้านน้ำสะท้อนมาตรฐานที่แตะคุณภาพชีวิต
อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือการนำเสนอผลดำเนินงาน CSR โครงการตรวจคุณภาพน้ำประปาให้กับสถานศึกษาภายใต้โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 23 โรงเรียน
การตรวจดังกล่าวอ้างอิงเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ตามประกาศกรมอนามัย พ.ศ. 2563 โดยข้อมูลผลการทดสอบจะถูกนำไปใช้ประกอบการพัฒนาการจัดการและควบคุมคุณภาพน้ำประปาในแต่ละพื้นที่ต่อไป
โครงการนี้สะท้อนมิติที่กว้างขึ้นของการใช้วิทยาศาสตร์และมาตรฐาน ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ทางการค้า แต่ยังเกี่ยวข้องกับสุขภาวะ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของแนวคิด ESG ในมิติสิ่งแวดล้อมและสังคม
ภายในงานยังมีการมอบเงินบริจาคสมทบทุนพัฒนาแหล่งน้ำในชุมชนให้กับมูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมี ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ




จากมาตรฐานแล็บ สู่ความเชื่อมั่นของเศรษฐกิจไทย
การครบรอบ 23 ปีของเซ็นทรัลแล็บไทยจึงไม่ได้เป็นเพียงวาระเชิงองค์กร แต่สะท้อนทิศทางของตลาดไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่คุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนต้องเดินไปด้วยกัน
สำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SME การเข้าถึงบริการทดสอบและรับรองที่มีมาตรฐานสากล คือหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ขยายตลาด และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าไทยในสายตาผู้บริโภคและคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่ในมุมสังคม การนำศักยภาพของห้องปฏิบัติการไปใช้กับประเด็นสาธารณะ เช่น คุณภาพน้ำและความปลอดภัยพื้นฐาน ช่วยขยายความหมายของคำว่า “มาตรฐาน” ให้พ้นจากกรอบธุรกิจ ไปสู่การเป็นเครื่องมือยกระดับคุณภาพชีวิต
ภายใต้บริบทนี้ เซ็นทรัลแล็บไทยกำลังวางตัวเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของระบบมาตรฐานประเทศ โดยเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาครัฐ ผู้ประกอบการ และสังคมเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันให้ “มาตรฐานสินค้าไทย” ไม่ใช่เพียงเครื่องมือแข่งขัน แต่เป็นฐานของความยั่งยืนในระยะยาว
