GWM ครบ 5 ปีในไทย อัดลงทุนเพิ่ม 1 หมื่นล้าน เปิดเกมรุก 7 รุ่นใหม่ ดันยอดขายปี 2569 แตะ 25,000 คัน

 GWM ครบ 5 ปีในไทย อัดลงทุนเพิ่ม 1 หมื่นล้าน เปิดเกมรุก 7 รุ่นใหม่ ดันยอดขายปี 2569 แตะ 25,000 คัน

GWM ครบ 5 ปีในไทย อัดลงทุนเพิ่ม 1 หมื่นล้าน เปิดเกมรุก 7 รุ่นใหม่ ดันยอดขายปี 2569 แตะ 25,000 คัน

GWM (Thailand) ประกาศแผนธุรกิจปี 2569 ในโอกาสครบรอบ 5 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เดินหน้ายกระดับสู่แบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users”พร้อมวางเป้าหมายขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ผู้บริโภคไทยไว้วางใจสูงสุด และเป็นผู้นำด้านบริการหลังการขายในกลุ่มแบรนด์รถยนต์จีน

การประกาศทิศทางธุรกิจครั้งนี้ สะท้อนการเร่งเครื่องรุกตลาดไทยอย่างเต็มรูปแบบ ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ การตลาด การขาย และบริการหลังการขาย ควบคู่กับการนำเสนอนวัตกรรมขุมพลัง 5 รูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคในทุกเซกเมนต์ และวางรากฐานการเติบโตระยะยาวในตลาดไทย

ลงทุนสะสม 2 หมื่นล้านบาท เตรียมอัดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน

GWM (Thailand) ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทมีเม็ดเงินลงทุนสะสมในประเทศไทยแล้วมากกว่า 20,000 ล้านบาท และมีแผนลงทุนเพิ่มเติมอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจ ระบบนิเวศยานยนต์ และเครือข่ายบริการในประเทศ

ในด้านผลประกอบการ บริษัทเปิดเผยว่า ณ สิ้นปี 2568 มียอดขายสะสมในประเทศไทยรวม 53,619 คัน ขณะที่ยอดขายตลอดทั้งปี 2568 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 18,096 คัน เติบโตถึง 146% จากปีก่อนหน้า

สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 25,000 คัน หรือเติบโตประมาณ 40% จากปีก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพตลาดรถยนต์ไทย และทิศทางการเติบโตของแบรนด์ในระยะต่อไป

เปิด 7 รุ่นใหม่ ครบทุกพลังงาน เจาะทุกไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค

ภายใต้กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ GWM เตรียมเปิดตัวรถยนต์ใหม่ในปี 2569 รวม 7 รุ่น ครอบคลุมทั้ง HEV, PHEV, BEV และเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ในแต่ละกลุ่มอย่างรอบด้าน

หนึ่งในรุ่นสำคัญคือ GWM ORA 5 รถยนต์ในเซกเมนต์ SUV-B ที่จะมีทั้งรุ่น EV สำหรับการใช้งานในเมือง และรุ่น HEVที่มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เน้นสมรรถนะควบคู่กับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมขยายพอร์ตสินค้าระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ WEY เพิ่มอีก 1 รุ่นในช่วงปลายปีนี้ และอีก 2 รุ่นในปี 2570 พร้อมแผนจัดตั้ง WEY Exclusive Showroom ในพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ แยกการบริหารออกจากโชว์รูมหลักของ GWM เพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ลักชัวรี่ให้ชัดเจนมากขึ้น

ชูกลยุทธ์ Omni Channel ปั้นแบรนด์สู่ความไว้วางใจ

ด้านการตลาด GWM วางเป้าหมายสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อผลักดันสู่การเป็น “The Most Trusted Chinese Brand in Thailand” โดยจะใช้กลยุทธ์ Omni Channel ในการสร้างการรับรู้แบรนด์และสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างตรงจุด

ขณะเดียวกัน บริษัทจะทำงานร่วมกับสื่อมวลชนและเครือข่ายพันธมิตรในแต่ละภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงการสร้างชุมชนผู้ใช้งาน GWM ให้เข้มแข็ง เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าในระยะยาว

ขยายพาร์ทเนอร์สโตร์แตะ 100 แห่ง รุกตลาดรถยนต์ฟลีท

ด้านการขาย GWM ตั้งเป้าขยายเครือข่าย พาร์ทเนอร์สโตร์ ให้ครบ 100 แห่ง ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเพิ่มการเข้าถึงบริการอย่างครอบคลุม

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญ คือ การเดินหน้ารุกตลาด รถยนต์ฟลีท (Fleet) เพื่อรองรับความต้องการใช้งานเชิงพาณิชย์ของทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการขยายฐานรายได้และเพิ่มปริมาณยอดขายในระยะยาว

พร้อมกันนี้ GWM ยังได้นำ รูปแบบการดำเนินธุรกิจใหม่ มาใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 โดยผสานจุดแข็งของระบบการขายเดิมเข้ากับข้อดีของระบบ Wholesales เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสต็อก กระจายสินค้าได้รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของตลาดได้แม่นยำมากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทยังคงยึดนโยบาย One Price เพื่อสร้างความโปร่งใสด้านราคาให้แก่ผู้บริโภค และช่วยรักษาระดับผลตอบแทนที่เหมาะสมให้กับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ

ยกระดับบริการหลังการขาย รับประกันอะไหล่พร้อมใน 7 วัน

ด้านบริการหลังการขาย GWM ประกาศชัดว่าจะยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้า เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคไทย

มาตรการสำคัญประกอบด้วยแคมเปญ “รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” โดยตั้งเป้าอัตราความพร้อมของอะไหล่ หรือ Part Fill Rate ไม่ต่ำกว่า 95% พร้อมบริการจัดส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมง ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และจัดส่งทั่วประเทศภายใน 2 วันทำการ

ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมขยายศูนย์ซ่อมมาตรฐาน Certified Body & Paint จาก 14 แห่ง เป็น 40 แห่ง ทั่วประเทศ รวมถึงนำเทคโนโลยี AI และ Intelligent Chatbot มาใช้ช่วยวิเคราะห์ปัญหาและตอบคำถามลูกค้า เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการให้บริการ

โชว์นวัตกรรม 5 ขุมพลัง ตอกย้ำยุทธศาสตร์ครอบคลุมทุกพลังงาน

ภายในงาน GWM Day – 5 Years Anniversary 2026 บริษัทได้นำเสนอ Technology Showcase ที่รวบรวมนวัตกรรมขุมพลัง 5 รูปแบบ เพื่อสะท้อนทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต

เทคโนโลยีดังกล่าวประกอบด้วย

  • กลุ่มเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE)
  • กลุ่มพลังงานไฮบริด (Hybrid)
  • กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV)
  • กลุ่มพลังงานไฮโดรเจน (Fuel Cell)
  • กลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับไฮเอนด์

ในกลุ่มเครื่องยนต์สันดาป บริษัทนำเสนอทั้ง V6 Powertrain, เครื่องยนต์ดีเซล 3.0T เทอร์โบ และ 2.4T ดีเซล ที่ชูจุดเด่นด้านกำลัง ความทนทาน และการรับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 1 ล้านกิโลเมตร

ส่วนเทคโนโลยีไฮบริด ประกอบด้วย H8 Boxer Engine, ระบบ Hi4 – Chassis และเครื่องยนต์ไฮบริด 2.0T / 1.5T เจเนอเรชันใหม่ ขณะที่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้ามีทั้งระบบขับเคลื่อนของ Good Cat และ ORA 07 ส่วนพลังงานไฮโดรเจน นำเสนอผ่าน Fuel Cell Engine และในกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฮเอนด์ บริษัทนำเสนอ SOUO Motorcycle เพื่อสะท้อนขีดความสามารถด้านวิศวกรรมของแบรนด์

ผู้บริหารชี้เป้าหมายไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือความเชื่อมั่นระยะยาว

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัทในปีนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเติบโตด้านยอดขาย แต่คือการสร้างแบรนด์ที่ผู้ใช้งานชาวไทยสามารถเชื่อมั่นได้ในระยะยาว

เขาระบุว่า GWM ต้องการตอกย้ำการดำเนินธุรกิจในไทยอย่างมั่นคง ผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยียานยนต์ที่ล้ำสมัย การดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส และการดูแลลูกค้าในทุกขั้นตอนอย่างใส่ใจ

หนึ่งในความสำเร็จที่สะท้อนถึงความไว้วางใจของลูกค้า คือการส่งมอบ GWM TANK 300 Diesel ครบ 10,000 คัน ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อศักยภาพการเติบโตของแบรนด์ในประเทศไทย

Related post