BRI ปิดดีลหุ้นกู้ 1,300 ล้านเต็มวงเงิน สัญญาณเชื่อมั่นนักลงทุน หนุนแผนรุกอสังหาฯ ปี 69
BRI ปิดดีลหุ้นกู้ 1,300 ล้านเต็มวงเงิน สัญญาณเชื่อมั่นนักลงทุน หนุนแผนรุกอสังหาฯ ปี 69
“บริทาเนีย” หรือ BRI ส่งสัญญาณความเชื่อมั่นตลาดทุน หลังปิดการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 มูลค่ารวม 1,300 ล้านบาทได้เต็มจำนวน ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังต้องบริหารต้นทุนการเงินและกำลังซื้ออย่างระมัดระวัง บริษัทเดินหน้าชำระคืนหนี้เดิม พร้อมวางเกมรุก 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท ดันเป้ายอดขายปี 2569 แตะ 5,000 ล้านบาท
บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI ผู้พัฒนาโครงการบ้านจัดสรรแนวราบ ภายใต้แนวคิด Crafted for Better Living ประกาศความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 จำนวน 2 ชุด มูลค่ารวม 1,300 ล้านบาท หลังได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างแข็งแกร่ง และสามารถปิดการขายได้ครบตามวงเงินที่เสนอขาย
ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวะสำคัญของ BRI ในการบริหารโครงสร้างเงินทุน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงิน ภาระหนี้ครัวเรือน และการฟื้นตัวของกำลังซื้อที่ยังไม่ทั่วถึง
อย่างไรก็ตาม การปิดขายหุ้นกู้ได้เต็มจำนวน สะท้อนว่านักลงทุนยังให้ความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการดำเนินงาน ฐานรายได้ และแผนการเติบโตของบริษัทในระยะถัดไป
หุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ยสูงสุด 6.05% จ่ายทุก 3 เดือน
BRI เปิดเสนอขายหุ้นกู้ระหว่างวันที่ 5–7 พฤษภาคม 2569 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน โดยหุ้นกู้ทั้ง 2 ชุดจ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ประกอบด้วย
หุ้นกู้ชุดที่ 1 BRI282A อายุ 1 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.80% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2571
หุ้นกู้ชุดที่ 2 BRI292A อายุ 2 ปี 9 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.05% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2572
หุ้นกู้ดังกล่าวมีหลักประกันเป็นที่ดินเปล่า โรงแรมพร้อมที่ดินในทำเลศักยภาพ อาทิ หัวหิน ภูเก็ต ปากเกร็ด และสุขุมวิท 107 รวมถึงห้องชุดพาณิชยกรรมในโครงการของกลุ่มออริจิ้น โดยมีมูลค่าหลักประกันมากกว่า 1.2 เท่า ของมูลค่าหุ้นกู้
ขณะเดียวกัน บริษัทและหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ “BBB-” แนวโน้ม “Stable” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน
ผู้บริหารชี้ตลาดตอบรับดี สะท้อนเชื่อมั่นพื้นฐานธุรกิจ
นายกฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BRI เปิดเผยว่า ความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้มาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อพื้นฐานธุรกิจของบริษัท โดย BRI ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการคุณภาพในทำเลศักยภาพ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงและวินัยทางการเงินอย่างรอบคอบ
“BRI ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนบริษัทมาโดยตลอด กระแสตอบรับที่ดีในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญให้บริษัทเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ในการพัฒนาโครงการคุณภาพ” นายกฤษณ์กล่าว
บริษัทระบุว่า เงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้จะนำไปใช้เพื่อ ชำระคืนหนี้เดิม หรือ Roll Over ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการทางการเงิน เพื่อรองรับแผนธุรกิจในปี 2569
วางเป้ายอดขาย 5,000 ล้าน รายได้รวม 3,400 ล้าน
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 BRI ตั้งเป้ายอดขาย หรือ Presale ที่ 5,000 ล้านบาท ยอดโอนกรรมสิทธิ์ หรือ Transfer ที่ 4,000 ล้านบาท และรายได้รวม หรือ Revenue ที่ 3,400 ล้านบาท
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์ของบริษัทที่ยังเดินหน้ารักษาสมดุลระหว่างการเติบโตและการบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะในตลาดบ้านแนวราบและโครงการ Mixed-use ที่จับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อระดับกลางถึงบน ซึ่งยังเป็นเซกเมนต์ที่มีความต้องการเฉพาะทางและมีโอกาสเติบโตในบางทำเล


เปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3,200 ล้าน
BRI เตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ในปีนี้จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท เพื่อเสริมพอร์ตและสร้างแรงขับเคลื่อนยอดขายในช่วงที่เหลือของปี
โครงการแรกคือ Belgravia Exclusive Pinklao-Boromratchachonnani เฟสแรกมูลค่าโครงการ 800 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนที่ต้องการที่อยู่อาศัยในทำเลโซนตะวันตกของกรุงเทพฯ
โครงการที่สองคือ Brilliant Business Park โมเดล Mixed-use แนวใหม่ ซึ่งรวม “โชว์รูม + ออฟฟิศ + ที่พักอาศัย” ไว้ในโครงการเดียว ภายใต้คอนเซ็ปต์ THE ULTIMATE HUB FOR NEXT-GEN ENTREPRENEURS หรือพื้นที่ธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่
โครงการนี้มีเฟสแรกมูลค่า 1,200 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท โดยนำร่องใน 5 ทำเลยุทธศาสตร์ ได้แก่ พระราม 2, บางนา-ตราด, อมตะซิตี้, แหลมฉบัง และระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์
BRI พัฒนาโครงการดังกล่าวร่วมกับบริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจอินดัสเทรียล พร็อพเพอร์ตี้ รวมถึงกลุ่มโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า
ส่วนโครงการที่สามคือ Brilliant Avenue โครงการ Lifestyle Mixed-Use Residences ภายใต้คอนเซ็ปต์ “WHERE WORK AND LIFE BALANCE” หรือพื้นที่ที่ธุรกิจและการใช้ชีวิตบรรจบกันอย่างลงตัว เฟสแรกมูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาทราคาเริ่มต้น 50 ล้านบาท โดยเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569
จับตา BRI บริหารต้นทุนการเงิน–ขยายพอร์ตคุณภาพ
ในมุมตลาดทุน การปิดขายหุ้นกู้เต็มจำนวนของ BRI สะท้อนว่านักลงทุนยังให้ความสำคัญกับผู้ออกตราสารหนี้ที่มีหลักประกันชัดเจน มีอันดับความน่าเชื่อถือ และมีแผนใช้เงินที่สอดคล้องกับการบริหารโครงสร้างหนี้
ขณะที่ในมุมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ปี 2569 ยังเป็นปีที่ผู้ประกอบการต้องคัดเลือกทำเลและกลุ่มลูกค้าอย่างแม่นยำมากขึ้น การเดินหน้าโครงการระดับบนและ Mixed-use ของ BRI จึงเป็นกลยุทธ์ที่ต้องติดตามว่า จะสามารถสร้างยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่
สำหรับ BRI ความสำเร็จของหุ้นกู้รอบนี้ไม่ได้เป็นเพียงการระดมทุนเพื่อชำระคืนหนี้เดิม แต่ยังเป็นบททดสอบความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแผนธุรกิจในระยะต่อไป โดยเฉพาะการขับเคลื่อนยอดขาย 5,000 ล้านบาท และรายได้รวม 3,400 ล้านบาทภายใต้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังต้องอาศัยทั้งวินัยทางการเงินและความแม่นยำในการพัฒนาโครงการ

