สงครามราคาคอนโดฯ ปี 2568: ใครจะอยู่ ใครจะรอด?
Thailand’s 2025 Condo Price War: Who Stays, Who Falls?
“อยู่ฟรี 2 ปี” ไม่ใช่แค่โปรโมชั่น — แต่มันคือสัญญาณของแรงสั่นสะเทือนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่กำลังบีบให้ทุกฝ่ายต้องเปิดเกมรุกก่อนจะสายเกินไป
ในช่วงไตรมาสสองของปีนี้ วงการคอนโดมิเนียมดูเหมือนจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากเงียบเหงามานานเกือบสองปี แต่การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยเสียงตอกเสาเข็มหรือการเปิดโครงการใหม่ หากเป็นเสียงโฆษณาที่แข่งกันปล่อยโปรโมชั่นอย่างไม่ยั้งมือ
ลดสูงสุด 3 ล้าน อยู่ฟรี 24 เดือน ลงทะเบียนลดเพิ่มอีกแสน…คำพูดเหล่านี้เคยเป็นเรื่องเฉพาะของคอนโดระดับรองในช่วงปลายดีมานด์ แต่วันนี้โครงการระดับกลางถึงพรีเมียมก็หันมาใช้กลยุทธ์เดียวกันแทบทั้งหมด
“เพราะถึงเวลาแล้วที่ต้องเร่งปล่อยของ ไม่ใช่แค่ทำตลาด” — คำพูดหนึ่งจากผู้บริหารสายการตลาดของดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่สะท้อนสถานการณ์ได้ชัดเจน
คอนโดพร้อมอยู่: จากสินทรัพย์สำรอง สู่หัวใจของรายได้
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) รายงานว่าคอนโดฯ ที่สร้างเสร็จแล้วแต่ยังขายไม่หมดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีจำนวนกว่า 48,000 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 2.2 แสนล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายถึงปัญหาโอเวอร์ซัพพลายเพียงอย่างเดียว แต่มันสะท้อนถึง “ต้นทุนจม” ที่ดีเวลลอปเปอร์แบกรับมานาน
ต้นทุนกู้ ดอกเบี้ยกดดัน กระแสเงินสดเริ่มตึงตัว ทำให้หลายรายต้องเลือก: จะถือไว้รอโอกาสใหม่ หรือจะเคลียร์ของในราคาที่เจ็บแต่จบ
แน่นอน…หลายรายเลือกอย่างหลัง
เมื่อราคาไม่ใช่แค่แรงจูงใจ แต่กลายเป็น ‘ตัวชี้ชะตา’
สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ “ราคาไม่ใช่ตัวแถม” อีกต่อไป แต่กลายเป็นกลยุทธ์หลักในการดึงดูดกำลังซื้อให้กลับมา
ผู้ซื้อวันนี้ ไม่ใช่แค่ลังเลเพราะเศรษฐกิจไม่แน่นอน แต่เขากำลังเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายแบรนด์ หลายทำเล และหลายเงื่อนไขทางการเงิน ใครให้ได้มากกว่า…คือคนที่ได้โอกาสเข้าประตูบ้านก่อน
ผู้พัฒนาอย่าง ORIGIN จึงขยับเร็ว เปิดแคมเปญ “Hello ดีลเด็ด” ครอบคลุม 34 โครงการ พร้อมข้อเสนอที่อัดแน่นด้วยแรงจูงใจทั้งด้านราคาและการเงิน พร้อมเปิดจุดแข็งตรงโครงการพร้อมโอน เพื่อให้ผู้ซื้อเห็นผลทันที ไม่ต้องรอคิวสร้าง
แต่…ผู้บริโภคได้จริงหรือ?
ในอีกมุมหนึ่ง หลายเสียงก็เริ่มตั้งคำถามว่าโปรโมชันที่ดูดีเหล่านี้ มีค่าใช้จ่ายแฝงหรือไม่? ผู้บริโภคต้องตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ให้ละเอียด เพราะแม้จะ “อยู่ฟรี” แต่หากเริ่มผ่อนจริงในปีที่ 3 ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ก็อาจเจอภาระที่เกินกว่าที่คำนวณไว้ตอนแรก
สุดท้ายแล้ว…ใครจะรอด?
ในระยะสั้น ดีเวลลอปเปอร์ที่พร้อมเรื่องสภาพคล่องและปรับกลยุทธ์เร็ว จะยืนหยัดได้ดี ส่วนในระยะยาว คำถามไม่ได้อยู่ที่ใครลดมากกว่า แต่อยู่ที่ใคร “เข้าใจผู้บริโภคมากกว่า”
ผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้มองแค่ห้องสวยทำเลดี แต่ต้องการความมั่นใจว่าเงินที่จ่ายไป คือการซื้อ “คุณภาพชีวิต” ไม่ใช่แค่ยูนิตในอาคาร
สงครามราคาคอนโดปีนี้จึงไม่ใช่แค่เกมตัดราคา…แต่มันคือสนามประลองวิสัยทัศน์ของแบรนด์อสังหาริมทรัพย์

